‘วัน แมน คลับ’คนสุดท้าย


โธมัส มุลเลอร์ กองหน้าวัย 32 ปีของ บาเยิร์น มิวนิค มีโอกาสเล่นกับสโมสรเดียวไปตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา

มีนักเตะไม่มากนักที่ลงเล่นกับสโมสรเดียวตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดอาชีพของเขา อาทิ เปาโล มัลดินี่ (เอซี มิลาน), ไรอัน กิ๊กส์ (แมนฯยูไนเต็ด), ฟรานเชสโก้ ต็อตติ (โรม่า), โทนี่ อดัมส์ (อาร์เซน่อล), เจมี่ คาร์ราเกอร์ (ลิเวอร์พูล) หรือ การ์เลส ปูโยล (บาร์เซโลน่า) เป็นต้น

ลิโอเนล เมสซี่ มีโอกาสเป็น 'วัน แมน คลับ' แต่ท้ายที่สุดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จำใจต้องอำลาทีมอาซูลกราน่าในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาทางการเงินของสโมสรจนไม่สามารถรั้งนักเตะให้อยู่ไปจนกระทั่งยุติอาชีพค้าแข้งของเขา

ณ ตอนนี้จึงเหลือเฉพาะ โธมัส มุลเลอร์ กองหน้าวัย 32 ปีที่ยังคงปักหลักกับ บาเยิร์น มิวนิค เพียงสโมสรเดียวเท่านั้น นับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2008

มุลเลอร์ เกิดและเติบโตใน เวลไฮม์ หมู่บ้านเล็กๆใน พาห์ล ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากนครมิวนิคทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 30 ไมล์ ก่อนมาอยู่กับทีมเยาวชนเสือใต้ตอนอายุ 10 ขวบในช่วงหน้าร้อนปี 2000

เขาเริ่มต้นและไต่เต้าอย่างรวดเร็ว เขาสนุกกับฤดูกาลที่โดดเด่นกับทีมชุดยู-19 ปีในซีซั่น 2007-2008 โดยทำ 18 ประตูจากการลงเล่น 26 เกม ผลงานดังกล่าวดึงดูดสายตาของ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ เทรนเนอร์ของทีมเสือใต้ในขณะนั้น


'ผมไม่ได้รับโทรศัพท์ในตอนแรก' มุลเลอร์ เปิดเผยตอนที่ คลิ้นส์มันน์ โทรหาเขาเพื่อแจ้งข่าวการโปรโมตขึ้นทีมชุดใหญ่ 'แต่เมื่อผมฟังข้อความเสียงในภายหลัง มันคือ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์'

มุลเลอร์ ลงประเดิมสนามบนเวทีบุนเดสลีกาหนึ่งเดือนก่อนวันเกิดครบรอบ 19 ปีของเขา โดยลงเล่นฐานะสำรองแทน มิโรสลาฟ โคลเซ่ ในเกมเปิดซีซั่น 2008-2009 กับ ฮัมบูร์ก ผ่านมาจนถึงตอนนี้เขาลงเล่นกับทีมชุดใหญ่เกือบ 600 เกม ท่ามกลางอาชีพค้าแข้งอันน่าทึ่ง

หลังเกมประเดิมสังเวียนกับทีมสิงห์เหนือ มุลเลอร์ หายเข้ากลีบเมฆ เขาใช้ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของฤดูกาลนั้นลงเล่นกับทีมสำรอง แต่ยังทำผลงานน่าประทับใจในการเล่นระดับดิวิชั่น 3 ด้วยการทำ 15 ประตู ก่อนถูกเรียกตัวกลับมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในช่วงท้ายซีซั่น โดยลงเล่นฐานะสำรอง 3 เกม จนกระทั่ง มุลเลอร์ ได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในซีซั่น 2009-2010

หลัง คลิ้นส์มันน์ ออกจากสโมสรและถูกแทนที่โดย หลุยส์ ฟาน กัล ซึ่งตระหนักถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของ มุลเลอร์ ทั้งที่เพิ่งลงเล่นลีกเมืองเบียร์เพียง 28 นาที แต่ภายใต้การกุมบังเหียนของเทรนเนอร์ชาวดัตช์ มุลเลอร์ ลงเล่นทุกเกมของฤดูกาลนั้น เขาตอบแทนความไว้วางใจดังกล่าวด้วยการทำ 13 ประตูกับ 10 แอสซิสต์ พร้อมนำทีมเสือใต้ฟาดดับเบิ้ลแชมป์ทั้ง บุนเดสลีกา และ เดเอฟเบ โพคาล


'แม้ว่า ฟร้องค์ ริเบรี่ และ อาร์เยน ร็อบเบน จะพร้อมลงสนาม แต่ มุลเลอร์ จะเล่นในทีมของผมเสมอ' ฟาน กัล กล่าวในช่วงเวลานั้น ซึ่งทุกวันนี้กองหน้าวัย 32 ปียังซาบซึ้งในบุญคุณของเทรนเนอร์ชาวดัตช์ 

'เขาทุ่มกับทีมจากก้นบึ้ง' มุลเลอร์ อธิบายเพิ่มเติมในปี 2016 'ผมลงประเดิมสนามก่อนเขาจะมาถึง แต่เขาพึ่งพาผมอย่างต่อเนื่อง สำหรับนักเตะอย่างเรา มันยากที่จะพูดคุยเกี่ยวกับโค้ชในขณะที่เรากำลังทำงานอยู่ แต่ผมจะบอกว่าผู้ที่มีอิทธิพลยิ่งใหญ่ที่สุดของผมคือ หลุยส์ ฟาน กัล เพราะผมอยู่ในวัยที่เหมาะสมสุดที่จะได้รับอิทธิพลนั้น'

มุลเลอร์ ได้รับการโหวตให้เป็นผู้เล่นดาวรุ่งแห่งปีของเยอรมันและเป็นหนึ่งในทีมยอดเยี่ยมของบุนเดสลีกาในซีซั่นนั้น ก่อนก้าวขึ้นมาติดทีมชาติเยอรมันและลงเล่นเกมที่ 3 ของเขากับทัพอินทรีเหล็กในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2010 พร้อมทำประตูแรกของเขาในเกมกับ ออสเตรเลีย และยังแอสซิสต์ให้ ลูคัส โพดอลสกี้ ในชัยชนะเหนือทีมจิงโจ้ 4-0

เขาทำอีก 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ นำทัพอินทรีเหล็กสยบ อังกฤษ 4-1 ในรอบ 16 ทีม ตามด้วยการทำประตูเบิกร่องในเกมขย่ม อาร์เจนตินา 4-0 รอบควอเตอร์ไฟนัล แต่ มุลเลอร์ พลาดการลงเล่นรอบรองชนะเลิศเนื่องจากติดโทษแบน ก่อน เยอรมัน จะตกรอบหลังการปราชัยต่อ สเปน 0-1 จากนั้นเขากลับมาทำประตูที่ 5 ของทัวร์นาเมนต์นำทีมอินทรีเหล็กคว้าอันดับ 3 จากศึกฟุตบอลโลก 2010 หลังเกมชนะ อุรุกวัย 3-2


มุลเลอร์ บินกลับจากแอฟริกาใต้มาถึงมาตุภูมิพร้อมรางวัลรองเท้าทองคำจากศึก 'เวิลด์ คัพ' และสร้างชื่อเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ใหม่ของวงการลูกหนังโลก

ตัดกลับมาที่ บาเยิร์น มิวนิค หลังการขยายสัญญาไปจนถึงปี 2015 มุลเลอร์ ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยทำ 21 ประตูกับ 28 แอสซิสต์ในช่วง 2 ฤดูกาลถัดไป แต่ยังล้มเหลวในการคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกา หลัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังครองความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์ลีกเมืองเบียร์ 2 ปีติดต่อกัน 

ในเดือนพฤษภาคมปี 2012 เวทีถูกจัดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อ บาเยิร์น มิวนิค เปิดสังเวียน 'อัลลีอันซ์ อาเรน่า' รับมือ เชลซี ในนัดชิงชนะเลิศบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก หลังเคยพลาดแชมป์จากการปราชัยต่อ อินเตอร์ มิลาน ในนัดชิงดำเมื่อปี 2010 

มุลเลอร์ จุดประกายความหวังของสาวกทีมเสือใต้จากการโหม่งทำประตูระยะเผาขนในนาที 83 จนดูเหมือนว่าทีมดังแคว้นบาวาเรียกำลังจะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ทว่า เชลซี ตามตีเสมอทันควันจาก ดิดีเย่ร์ ดร็อกบา ก่อนทีมสิงห์น้ำเงินจะฟาดแชมป์สมัยแรกหลังดวลเป้าชนะทีมเสือใต้


หลายคนมองว่าการปราชัยต่อทีมสิงห์น้ำเงินแย่ยิ่งกว่าการพ่ายแพ้ต่อ แมนฯยูไนเต็ด ในปี 1999 หลังทีมปีศาจแดงทำสองประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแย่งแชมป์ไปจากอ้อมอกของทีมเสือใต้ แต่เถ้าถ่านของความเจ็บปวดถูกเยียวยาด้วยความสำเร็จในยุคของ จุ๊ปป์ ไฮยน์เกส ที่ปลุกทีมดังแคว้นบาวาเรียคืนชีพเหมือนนกฟีนิกซ์ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้า 'ทริเปิ้ลแชมป์' ในซีซั่น 2012-2013

'เราต้องชนะ' มุลเลอร์ กล่าวไว้ก่อนเกมชิงชนะเลิศกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่เวมบลีย์ 'ถ้าคุณพ่ายแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ 3 ครั้งใน 4 ฤดูกาล คุณจะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้แพ้ตลอดไป เราอาจชนะได้มากขึ้นในลอนดอน แต่เราอาจพ่ายแพ้มากขึ้นเช่นเดียวกัน'


โชคดีสำหรับ บาเยิร์น มิวนิค ที่ ร็อบเบน เป็นคนทำประตูชี้ขาดที่เวมบลีย์ ขณะที่ มุลเลอร์ จบการแข่งขันด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของ บาเยิร์น มิวนิค บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก หลังกด 8 ประตู ซึ่งรวมถึงการทำ 3 ประตูในชัยชนะเหนือ บาร์เซโลน่า ในรอบตัดเชือกด้วยสกอร์รวม 7-0 

มุลเลอร์ ยังทำ 13 ประตูกับ 13 แอสซิสต์บนเวทีบุนเดสลีกา เขายังทำอีกหนึ่งประตูกับหนึ่งแอสซิสต์ในเกมชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล ที่เชือด สตุ๊ตการ์ท 3-2 

แม้ว่า มุลเลอร์ จะไม่มีนักเตะที่มีทักษะสูงส่งเหมือนกองหน้าระดับโลกคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงบอล, การยิงไกล หรือ ลีลาการเล่นที่สวยงามดูเพลินตา แต่การอ่านเกมของเขาไม่มีใครเทียบได้ ความสามารถในการหาพื้นที่ว่างสำหรับตัวเองและเพื่อนร่วมทีมคือหัวใจสำคัญของเกม เขายังพัฒนาศิลปะของการอยู่ในที่ที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่เหมาะสมทั้งตอนที่มีและไม่มีบอลจนถูกขนานนามว่า 'ล่ามของช่องว่าง'

'ผมเข้าใจว่าหลายคนพบว่ามันยากสำหรับผมในการเป็นผู้เล่น' มุลเลอร์ กล่าว 'พวกเขาพูดว่า 'เป็นไปไม่ได้, เขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร?' แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง พวกเขาอาจเริ่มคิดว่า 'โอ้, เขาทำได้ดีทีเดียว!''


ตำแหน่งของ มุลเลอร์ กลายเป็นที่มาของการถกเถียงที่น่าสงสัยมานานหลายปีแล้ว แต่สิ่งสำคัญสุดคือเมื่อเขาลงสนาม ประตูจะเกิดขึ้นเสมอ ใน 13 ฤดูกาลบนเวทีบุนเดสลีกา เขาทำประตูแตะสองหลัก 7 ครั้งและทำแอสซิสต์แตะสองหลัก 11 ครั้ง เขาทำรวมกัน 131 ประตูและ 171 แอสซิสต์จากการลงเล่นบุนเดสลีกา 390 เกม และยังมีสถิติที่่น่าประหลาดใจที่ บาเยิร์น มิวนิค พ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวจาก 105 เกมที่ มุลเลอร์ ทำประตู

'โธมัส ทำประตูได้เสมอ ทั้งในการฝึกซ้อมและในเกม' แฮร์มันน์ แกร์ลันด์ ตำนานโค้ชทีมเยาวชนของ บาเยิร์น มิวนิค เล่าถึงลูกศิษย์ที่เขาเคยแนะนำให้ คลิ้นส์มันน์ 'เขาไม่พร้อมที่จะเล่นได้ดีต่อเนื่องตลอด 90 นาที แต่เขาทำประตูได้จำนวนมาก! และนั่นเป็นสิ่งสำคัญสุดในฟุตบอล'

มุลเลอร์ ยังปรับตัวเข้ากับระบบของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้เป็นอย่างดี หลังโค้ชชาวสเปนมาถึงมิวนิคในฤดูกาล 2013-2014 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในเรื่องแท็คติกของเขา แต่ท้ายที่สุด มุลเลอร์ ปักหลักตำแหน่งแนวรุกฝั่งขวาของ เป๊ป เหมือนที่เขาเคยทำได้ดีในทีมชุดคว้า 'ทริเปิ้ลแชมป์' ยุคบิ๊กจุ๊ปป์ แต่เขายังทำประตูได้เสมอ โดยทำ 13 ประตูกับ 11 แอสซิสต์นำทีมเสือใต้ป้องกันแชมป์บุนเดสลีกาสำเร็จ


ช่วงซัมเมอร์ปี 2014 มุลเลอร์ ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งหลังกวาดมาแล้วทั้ง แชมเปี้ยนส์ลีก, บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และรายการอื่นๆ ก่อนต่อยอดด้วยการคว้าแชมป์ 'เวิลด์ คัพ' ตามรอยตำนานอย่าง แกร์ด มุลเลอร์, ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ และ อูลี่ เฮอเนส 

เยอรมัน มุ่งหน้าสู่เมืองกาแฟในฐานะหนึ่งในทีมเต็งของทัวร์นาเมนต์และมีความหวังอยู่รายล้อม มุลเลอร์ มากขึ้น ในฐานะเจ้าของรางวัลดาวซัลโวเมื่อ 4 ปีก่อนว่าจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง

มุลเลอร์ ฉายหนังซ้ำด้วยการทำ 5 ประตูเหมือนที่ แอฟริกาใต้ เมื่อ 4 ปีก่อน ซึ่งรวมถึงทำแฮตทริคในเกมขย่ม โปรตุเกส 4-0 รอบแบ่งกลุ่ม และประตูเบิกร่องในเกมถล่มเจ้าภาพ บราซิล 7-1 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อน เยอรมัน จะก้าวไปสู่จุดสุดยอดหลัง มาริโอ เกิตเซ่ ทำประตูชัยในเกมชิงชนะเลิศกับ อาร์เจนตินา แต่ผลงานของ มุลเลอร์ เข้าป้ายเพียงอันดับ 5 ของการโหวต 'บัลลง ดอร์' ในปีนั้น

'มุลเลอร์ มีพรสวรรค์จากธรรมชาติ' โยอาคิม เลิฟ โค้ชทีมชาติเยอรมันในขณะนั้นกล่าว 'เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ปี 2010 เท้าทั้งสองข้างของเขาอยู่บนพื้นและสามารถรับมือกับคำชมหรือเสียงวิจารณ์ได้เป็นอย่างดี รับมือกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวได้ดีกว่าเกือบทุกคน ผมไม่เคยสงสัยในตัวเขาและแน่นอนว่าเขามีสัญชาตญานในการทำประตู'


มุลเลอร์ ยังเติบโตภายใต้ กวาร์ดิโอล่า แม้ว่าทีมเสือใต้จะพึ่งพาประตูได้มากขึ้นจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อดีตกองหน้า ดอร์ทมุนด์ ก็ตาม แต่ มุลเลอร์ ยังสร้างประโยชน์ต่อทีมไม่ว่าจะเล่นด้านข้างหรือตรงกลาง เขาใช้ความสามารถในการหาพื้นที่ว่างในลักษณะที่ลอกเลียนแบบยากได้เสมอ 

เขายังสนุกกับฤดูกาล 2015-2016 ในฐานะตัวรุกฝั่งขวาในระบบ 4-2-3-1 ซึ่ง มุลเลอร์ ทำ 20 ประตูบนเวทีบุนเดสลีกา ทำ 32 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการ ขณะที่ เลวานดอฟสกี้ กดรวมกัน 42 ประตู สองคนนี้ช่วยกันทำ 74 ประตู นำทีมเสือใต้คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในซีซั่นดังกล่าว

บาเยิร์น มิวนิค เปลี่ยนเทรนเนอร์อีกครั้งในซีซั่น 2016-2017 เมื่อ คาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามารับงานต่อจาก กวาร์ดิโอล่า แต่ถึงอย่างไร มุลเลอร์ ยังคงมีบทบาทสำคัญในแนวรุกของทีมเสือใต้ไม่ต่างจากเดิม เป็นอีกครั้งที่เขาแสดงความสามารถเหมือนกิ้งก่าในการปรับตัวเข้ากับระบบและโค้ชที่แตกต่างกัน ภายใต้การดูแลของโค้ชชาวอิตาเลียน มุลเลอร์ ถูกปรับบทบาทมาเล่นเพื่อทีมมากขึ้น เขาทำประตูน้อยลงเพียง 5 ประตู แต่แอสซิสต์เพิ่มขึ้นเป็น 16 ครั้ง


'เขาไม่ปกติเพราะเขาเป็นกองหน้าที่ยอดเยี่ยมด้วยชุดทักษะที่ไม่เหมือนใคร' อันเชล็อตติ กล่าวถึง มุลเลอร์ 'เราคาดหวังให้กองหน้าที่ยอดเยี่ยมมีความโดดเด่นในแง่ของนักกีฬา, เทคนิค และความคิดสร้างสรรค์ จุดแข็งของเขาคือแท็คติก ความสามารถในการอ่านเกมและเติมเต็มพื้นที่ที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม'

อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะและโค้ชชาวอิตาเลียนเริ่มจืดชืดเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อ มุลเลอร์ ถูกทิ้งไว้บนม้านั่งสำรองในเกมกับ เบรเมน ช่วงต้นฤดูกาล 2017-2018 แต่เขาก็ยังไม่ฝ่อและแสดงออกถึงความไม่พอใจออกมาเช่นเดียวกัน

'เห็นได้ชัดว่าคุณภาพของผมไม่ได้เป็นที่ต้องการทั้งหมด' มุลเลอร์ กล่าว 'ผมไม่รู้ว่าโค้ชคาดหวังอะไรจากผม'

จากปัญหาดังกล่าวทำให้ อันเชล็อตติ ถูกปลดออกจากตำแหน่งในช่วงเดือนกันยายนปี 2017 หลังการปราชัยต่อ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก ก่อน ไฮยน์เกส จะกลับมาคุมบังเหียนทีมเสือใต้เป็นครั้งที่ 4 และ มุลเลอร์ เริ่มกลับมาเข้าเกียร์เดินหน้าอีกครั้ง จนกระทั่งทำประตูแตะหลัก 100 ในเกมกับ เบรเมน ก่อน บาเยิร์น มิวนิค จะทะยานเข้าป้ายคว้าถาดแชมป์บุนเดสลีกาก่อนจบซีซั่น 5 เกม


ขณะที่ มุลเลอร์ ทำ 14 ประตูในซีซั่นดังกล่าว โดย 12 ประตูเกิดขึ้นหลังการกลับมาของ 'บิ๊กจุ๊ปป์'

'มุลเลอร์ เป็นนักเตะพิเศษที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเยอรมันร่วมกับผู้ยิ่งใหญ่อย่าง แกร์ด มุลเลอร์' ไฮยน์เกส กล่าวในปี 2020 'เขายังคงแสดงคุณสมบัติที่ทำให้เขาโดดเด่นเสมอ การเป็นผู้เล่นของทีม, ทำงานหนักและขยัน ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นแรงผลักดันในสนาม ซึ่งตอนนี้ชัดเจนกว่าที่เคยเป็น'

นิโก้ โควัช เข้ามารับตำแหน่งเทรนเนอร์ต่อจาก ไฮยน์เกส แต่ มุลเลอร์ ไปไม่สวยนักภายใต้เทรนเนอร์ชาวโครแอตตลอด 16 เดือนที่เขาทำงานในมิวนิค เนื่องจาก โควัช ชื่นชอบระบบ 4-1-4-1 โดยปกติ มุลเลอร์ จะถูกส่งลงเล่นมิดฟิลด์คู่กับ เลออน โกเร็ตซ์ก้า ทว่าเขามีอิสระในการเคลื่อนที่น้อยลง ขณะที่ระยะห่างระหว่างเขากับ เลวานดอฟสกี้ มีมากขึ้น 

แม้จะมีความสับสนในเรื่องแท็คติกระดับหนึ่ง แต่ มุลเลอร์ ยังทำ 9 แอสซิสต์กับ 6 ประตูในบุนเดสลีกา แต่จากความสับสนดังกล่าวส่งผลให้เขาทำประตูไม่ถึงสองหลักครั้งแรกในรอบ 8 ปี แม้ มุลเลอร์ จะออกสตาร์ทตามปกติในซีซั่น 2018-2019 หลัง โควัช ส่งลงเล่นตัวจริง 28 จาก 34 เกมบนเวทีบุนเดสลีกา และพลาดเพียงเกมเดียวบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกในเกมพ่าย ลิเวอร์พูล ในรอบ 16 ทีมเนื่องจากติดโทษแบน 


ภาพรวมของ มุลเลอร์ อาจมีประสิทธิภาพด้อยลง แต่เขายังมีส่วนช่วยทีมดังแคว้นบาวาเรียคว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้ง บุนเดสลีกา และ เดเอฟเบ โพคาล ก่อนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ โควัช เริ่มปรากฎรอยร้าวให้เห็น ก่อนนักเตะจะถูกดร็อปเป็นสำรอง 6 เกมติดต่อกัน หลัง ฟิลิปเป้ กูตินโญ่ ที่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญายืมตัวกำลังเล่นได้ดี 

อย่างไรก็ตามการปฏิบัติต่อแข้งผู้ทรงอิทธิพลแบบนั้นไม่ดีนักกับสมาชิกคนอื่นในทีมเสือใต้ ตามคำกล่าวของ แซร์ช นาบรี้ ที่ระบุว่า 'มุลเลอร์ สมควรได้รับความเคารพมากกว่านี้ และมันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึง บาเยิร์น มิวนิค ที่ไม่มีเขา'

มันอาจเป็นช่วงเย็นชาสุดระหว่าง มุลเลอร์ กับสโมสร ซึ่งเขายอมรับกับ แดร์ สปีเกิ้ล ว่ามันเป็นครั้งที่สองที่เขาคิดแบบจริงจังถึงการย้ายออกจากมิวนิค หลังเคยถูก แมนฯยูไนเต็ด หว่านล้อมไปร่วมทีมเมื่อปี 2015 แต่เขาเลือกที่จะอยู่กับทีมเสือใต้ต่อไป 

แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปหลัง บาเยิร์น มิวนิค ถูก แฟร้งค์เฟิร์ต ทุบเละ 5-1 ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน นั่นทำให้ โควัช ถูกปลดออกจากตำแหน่งพร้อมการก้าวขึ้นมาของ ฮันซี่ ฟลิค ทำให้เกิดการพลิกกลับของ มุลเลอร์ และทัพเสือใต้


ฟลิค เคยใช้เวลาทำงานฐานะผู้ช่วยของ โยอาคิม เลิฟ มานานหลายปีทำให้เขารู้จักเกมของ มุลเลอร์ เป็นอย่างดีและตระหนักดีถึงสิ่งที่เขาสามารถนำมาสู่ทีม เกมแรกที่ ฟลิค คุมทีม มุลเลอร์ ทำ 2 แอสซิสต์นำทีมเสือใต้สยบ ดอร์ทมุนด์ 4-0 จากนั้นในหลายสัปดาห์และหลายเดือนต่อมา มุลเลอร์ กลายเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมเสือใต้ยุค ฟลิค

'คุณไม่สามารถทำความเข้าใจสไตล์การเล่นของเขาได้ตลอดเวลา แต่คุณไม่สามารถนับจำนวนของสิ่งที่เขานำมาสู่ทีมและสโมสรได้เช่นเดียวกัน' ฟลิค กล่าวถึง มุลเลอร์ 'เขาเป็นผลบวกเสมอ มีระดับพลังงานเหมือนคนอายุ 18 ปีและส่งผลกระทบต่อผู้เล่นทุกคน คุณสามารถโค้งคารวะกับสิ่งเขาประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งของเขา มันเป็นหนึ่งเดียวและไม่มีใครเหมือนเขา'


ฟลิค ส่ง มุลเลอร์ ลงเล่นตำแหน่งที่โปรดปรานอีกครั้งในบทบาทกองหน้าที่มีอิสระน้อยกว่าแค่ เลวานดอฟสกี้ และเขาสร้างผลงานที่น่าประทับใจด้วยการทำ 8 ประตูกับ 21 แอสซิสต์ในซีซั่น 2019-2020 สร้างสถิติแอสซิสต์มากสุดของลีกเมืองเบียร์ ทีมเสือใต้คว้าชัยชนะถึง 29 จาก 30 เกมในช่วงกลางเดือนธันวาคมจนถึงปลายสิงหาคมปีถัดมา 

บาเยิร์น มิวนิค สร้างผลงานโดดเด่นบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยชัยชนะเหนือ บาร์เซโลน่า 8-2 จากการทำ 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ของ มุลเลอร์ ก่อนจะโค่น ปารีส แซงต์ แชร์กแมง คว้าแชมป์ยุโรปในบั้นปลาย สร้างประวัติศาสตร์คว้า 'ทริเปิ้ลแชมป์' ครั้งที่สองของสโมสร หลัง มุลเลอร์ ขยายสัญญาไปจนถึงปี 2023 ระหว่างช่วงล็อคดาวน์ 

'ผมอยู่กับ บาเยิร์น มา 2 ใน 3 ของชีวิตแล้ว ดังนั้นคุณจึงไม่สามารถพูดได้ว่าสโมสรและผมแค่ร่วมเดินทาง' มุลเลอร์ กล่าวหลังการเซ็นสัญญาใหม่ 'พวกเราต่อสู้เพื่อกันและกัน สโมสรนี้ไม่ใช่แค่นายจ้างเก่าแก่ของผม มันเป็นความหลงใหลของผม'


'ไม่มีใครสามารถทำนายอาชีพที่เขามีได้' แกร์ลันด์ กล่าวถึง มุลเลอร์ 'แต่เขามีสโมสรที่ใช่และมีโค้ชที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่เหมาะสม จากนั้นเขาคว้าโอกาสและทำผลงานได้ดีมาก'

มุลเลอร์ มีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่ลงเล่นมากกว่า 600 เกมในปีนี้ ซึ่งมีเพียง เซ็ปป์ ไมเออร์ กับ โอลิเวอร์ คาห์น สองตำนานผู้รักษาประตูทีมเสือใต้เท่านั้นที่เคยทำสถิติดังกล่าว แม้ไม่มีใครสามารถตอบได้ว่า มุลเลอร์ จะเขียนหน้าประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอีกมากน้อยเพียงใด แต่เขาจะเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลทั้งในและนอกสนามของทีมดังแคว้นบาวาเรียในอนาคต


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com