ชื่อของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ยังคงเป็นที่ต้องการของวงการฟุตบอลเสมอ และพรีเมียร์ลีกก็ไม่เคยลืม ปาฏิหารย์ที่โค้ชชาวอิตาเลียนทำให้เกิดขึ้นกับ เลสเตอร์ ซิตี้

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของ รานิเอรี่ ร่วมกับ เลสเตอร์ ในฤดูกาล 2015-16 ถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ และจะคงอยู่เช่นนั้นไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน

แม้ถูกมองว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มาราวปาฏิหารย์ ไม่มีทางเกิดขึ้นอีกในพรีเมียร์ลีก
นั่นคือสิ่งที่ รานิเอรี่ ต้องยอมรับ เพราะก่อนหน้านี้เคยคุมทีมที่ใหญ่กว่าอย่าง เชลซี หรือทีมหนีตกชั้นอย่าง ฟูแล่ม หลังจากนั้น ผลลัพธ์ออกมาคือ 'ล้มเหลว'
หลังจากยุติบทบาทของตัวเองกับ ซามพ์โดเรีย เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา รานิเอรี่ ในวัย 69 ย่าง 70 ยังคงได้รับการติดต่อและข้อเสนอเข้ามามากมาย จากหลายลีกทั่วยุโรป
แต่สุดท้ายคำตอบ 'ตกลง' ไปอยู่ที่ วัตฟอร์ด เป็นการกลับสู่พรีเมียร์ลีกหนที่สี่
“วัตฟอร์ด เป็นทีมที่ดี ผมรู้จักกับครอบครัว ปอซโซ่ มานานแล้ว”
“ครั้งหนึ่ง เมื่อสัก 20 ปีที่แล้ว ผมเจอกับ จามเปาโล ปอซโซ่ พ่อของ จีโน่ ปอซโซ่ เขาอยากให้ผมไปคุมทีม อูดิเนเซ่ แต่มันไม่เกิดขึ้น”
“และเมื่อ จีโน่ ปอซโซ่ โทรหาผมหลังจบเกมที่แพ้ ลีดส์ ถามผมเรื่องการมาคุมทีม วัตฟอร์ด ผมคิดเลยว่า แล้วทำไมจะเป็นไปไม่ได้ละ?”
รานิเอรี่ กำลังจะอายุครบ 70 ปี วันที่ 20 ตุลาคมนี้ วัตฟอร์ด จึงอาจจะเป็นสโมสรสุดท้ายในอาชีพโค้ช ที่เริ่มต้นการคุมทีมครั้งแรกในปี 1986
“ผมมีความสุขมากที่ได้กลับมาสู่พรีเมียร์ลีก หนึ่งในลีกที่ดีที่สุดในโลก”
“ผมคือคนที่มีความทะเยอทะยาน และหวังว่าจะพา วัตฟอร์ด อยู่รอดปลอดภัยตอนจบฤดูกาล และพัฒนาทีมขึ้นอีกในฤดูกาลถัดไป”
อันที่จริงแล้ว นี่คือการคุมทีมพรีเมียร์ลีกด้วยวัตถุประสงค์ 'หนีตกชั้น' เป็นครั้งที่สาม เพราะตอนรับงานคุมทีม เลสเตอร์ เป้าหมายที่แท้จริงก็คือการพาทีมอยู่รอด หลังจากผลงานซีซั่นก่อน รอดตกชั้นราวปาฏิหารย์
“ผมคิดเรื่องการมี 40 คะแนน แต่ตอนนี้ 33 คะแนนก็ประสบความสำเร็จได้แล้ว ผมไม่รู้หรอกว่าต้องเผชิญหน้ากับใครบ้าง? ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในแต่ละเกม? แต่ผมต้องการสู้”
เกมแรกของการคุมทีม โค้ชทุกคนต่างต้องการมีผลงานที่ดีด้วยกันทั้งนั้น และครั้งนี้ รานิเอรี่ ต้องเผชิญหน้ากับ ลิเวอร์พูล ของโค้ชไฟแรงที่เก็บรายละเอียดทุกเม็ดอย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์
“ผมเคยดูการซ้อมของเขามานานมากแล้ว ตอนที่เขาคุมทีม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์”
“เขาเป็นผู้จัดการทีมที่เก่งมาก คว้าแชมป์มาหมดแล้ว ผมยินดีจริงๆ ที่ได้เจอเขาวันเสาร์นี้”
ถึงตอนนี้ รานิเอรี่ ทำงานในถิ่น วิคาเรจ โร้ด เข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว แต่ในความเป็นจริง เขายังไม่ได้ทำความรู้จักนักเตะทุกคน เพราะเป็นการมาถึงสโมสรในช่วงเริ่มต้นการเก็บตัวกับทีมชาติพอดี
“วันศุกร์ผมจะมีนักเตะทุกคนอยู่ในทีม และวันเสาร์เราจะได้ลงสนามพบกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก โอเค เราพร้อมแล้ว ผมพร้อม และลูกทีมผมก็พร้อมด้วย มันจะเป็นเกมแห่งการต่อสู้ และเราจะสู้เต็มที่”
ถึงความคาดหวังในการเข้ามาสานต่อทีมของ ชีสโก้ มูนยอซ โค้ชชาวสเปนคนก่อน ไม่ใช่แค่ รานิเอรี่ ที่จะเสกทุกอย่างให้เกิดขึ้น แต่หัวใจหลักเลยคือนักเตะในทีม
“ผมต้องเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้พร้อมที่สุด”
“คำถามแรกเลย จะถามนักเตะว่า พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง เหนื่อยล้าแค่ไหน และมีใครบาดเจ็บหรือเปล่า หลังจากนั้นผมก็จะคิดเรื่องการจัดทีม”
สมัยคุม เลสเตอร์ ในฤดูกาล 2015-16 รานิเอรี่ จะสั่งพิซซ่ามาเลี้ยงลูกทีมหลังจบเกมที่เก็บคลีนชีตได้ แต่จะไม่เกิดขึ้นในเกมประเดิมคุมทีม วัตฟอร์ด ที่เจอกับ ลิเวอร์พูล อย่างแน่นอน
“ถ้าเราได้คลีนชีต แค่พิซซ่าไม่พอหรอก ผมจะเลี้ยงอาหารค่ำเลย”


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com