“พยัคฆ์ร้ายแห่งแม่น้ำมูล” ขับเคลื่อนทีมด้วยสปิริต


ในช่วงท้ายฤดูกาลก่อน ขอนแก่น ยูไนเต็ด เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจาก คัมเบะ ซูกาโอะ ต้องถึงคราวแยกทางกับทีม ทั้งที่ผลงานก็อยู่ในช่วงลุ้นโควตาเพลย์ออฟ เลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 1 ด้วยซ้ำ แต่ทีมเองก็ต้องเดินหน้าต่อไป ด้วยเป้าหมายที่วางเอาไว้

ทีม “จงอางผยอง” จึงไปดึง  “โค้ชบอส” ปฎิภัทร รอบรู้ ที่ถือเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวขอนแก่น โดยเป็นกุนซือที่พาทีมเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 พร้อมคว้าถ้วยแชมป์ไทยลีก 3 และพ่วงด้วยรางวัลหัวหน้าผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมแห่งปี (ไทยลีก 3)ในงานประกาศเกียรติคุณ FA Thailand Awards 2019 

 “โค้ชบอส” ไม่ได้มาเพียงแค่คนเดียว เพราะทางทีมได้ขยับ ธนา ชะนะบุตร กองหน้าซุปเปอร์ซับก้าวมารับบทบาทผู้ช่วยโค้ชครั้งแรก เพราะในเวลานั้นเจ้าตัวยังมีปัญหาอาการบาดเจ็บ และบทบาทแรกของ “โค้ชแมน” คือการติวเกมรุกให้ทีมกลับมายิงประตูถล่มทะลายให้จงได้


ด้วยความเป็นรุ่นพี่ที่รุ่นน้องเคารพ และไม่ใช่คนถือตัว ตรงกันข้ามกลับเป็นที่ปรึกษาชั้นดีให้กับน้องๆ ทั้งในและนอกสนาม จนกระทั่งทีมสามารถกลับมาถล่มตาข่ายได้อีกครั้งตามเป้า และคว้าตั๋วไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ทะยานสู่ไทยลีก ได้สำเร็จ

ระหว่างจบฤดูกาลมีช่วงเวลาที่เขาต้องตัดสินใจ หลังจากได้รับข้อเสนอจาก พงษ์ศักดิ์ มูลสาร ประธานสโมสรอุบล ครัวนภัส เอฟซี ในไทยลีก 3 โซนอีสาน ที่มีโปรเจคต์อยากจะพาทีมเลื่อนชั้นไปในลีกสูงสุดให้ได้ภายใน 2 ปี ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ท้าทายอย่างมาก


จน “โค้ชแมน” ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดอีกครั้งในชีวิต ด้วยการขอเข้าพบ “บิ๊กต้อม” วัฒนา ช่างเหลา ประธานสโมสร ขอนแก่น ยูไนเต็ด เพื่อขออำลาทีมในการเดินหน้าไปตามความฝันในอาชีพฟุตบอล ด้วยการตอบตกลงเป็นแม่ทัพของ อุบล ครัวนภัส เอฟซี

การเดินทางครั้งใหม่ใช่ว่าจะเลิศหรูมากมาย เพราะเขาเองต้องไปสร้างทีมขึ้นมาใหม่ จากดาวรุ่งที่ผสมด้วยตัวผู้เล่นมีประสบการณ์ อาทิ 2 อดีตเด็กโครงการ ฟ็อกซ์ ฮันท์ รุ่น 1-2 ที่เคยได้ไปฝึกกับสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ที่ประเทศอังกฤษ ทั้ง สมประสงค์ พรมศร และ ณรงศักดิ์ เหล่าศรี 

รวมทั้ง ณัฐพล ทับถนน ซึ่งดึงมาจาก ขอนแก่น ยูไนเต็ด พร้อมกับ “โค้ชแมน” ขณะที่ตัวเก๋าๆ ก็ได้ ปิยะชาติ ถามะพันธ์ แบ็คซ้ายมากประสบการณ์ มาสวมปลอกแขน ขณะที่รองกัปตันทีมก็เป็น เจษฎากร เหมแดง ที่ย้ายมาจาก อุทัยธานี เอฟซี


พร้อมกับ วิศรุต ไวงาน, ทวีคูณ ทองอ่อน และ สันติราษฎร์ เวียงอินทร์ อดีตนักเตะทีมศรีสะเกษ เอฟซี, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สุโขทัย เอฟซี ที่เคยไปเล่นกับ คีรีวงศ์ เอฟซี สโมสรในลีกของกัมพูชา เมื่อปี 2020 เข้ามาร่วมทีม 

ตัวต่างชาติก็ได้ ออสการ์ ปลาเป้ หัวหอกชาวกานาวัย 23 ปี ที่พา ราชประชา เลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 2 เข้ามาเสริม ตลอดจนโควตาเอเชียนามว่า อับดุลเลซ่า ซาลาย แนวรับชาวอิหร่าน ที่มีดีกรีติดทีมชาติอิหร่าน รุ่น U-17 ชุดไปลุยฟุตบอลโลก ปี 2013


มาถึงช่วงปรีซีซั่น “โค้ชแมน” ได้เรียนรู้ว่าในไทยลีก 3 จำเป็นอย่างยิ่งที่นักเตะต้องมีแรงเหลือเฟือในการวิ่ง เขาจับนักเตะให้วิ่งวันละไม่ต่ำกว่า 5 กิโลเมตร พร้อมกับเสริมแท็คติคเกมรุก-เกมรับ แม้จะยากไม่น้อยเพราะส่วนใหญ่ราว 70 เปอร์เซนต์เป็นเด็กท้องถิ่น ที่ยังไม่เคยผ่านเวทีลีกอาชีพ

แต่การได้อุ่นเครื่องบ่อยครั้ง พร้อมกับเรียนรู้อุปนิสัยนักเตะแต่ละคน ตลอดจนผู้เล่นก็ให้ใจกับ “โค้ชแมน” และสร้างบรรยากาศให้กับทีมใหม่ๆ โดยเฉพาะการจัดงานวันเกิดในแต่ละเดือน ที่เหมาะทุกคนไปปิ้งปลา ทำอาหารอีสาน กินกันทั้งทีม จนกลายเป็นทีมเวิร์คที่เปี่ยมไปด้วย “สปิริต” 


เข็มนาฬิกาเดินทางมาถึงการโชว์ผลงานที่โหดแบบสุดๆ คงจะหนีไม่พ้นการเปิดหัว 2 เกมแรกของโซนตะวันออกเฉียงเหนือ

4 ก.ย.64 “พยัคฆ์ร้ายแห่งแม่น้ำมูล” เปิดซีซั่นด้วยการเฝ้าสนามมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ถล่ม มหาสารคาม ไป 4-1 ก่อนที่นัดต่อมา จะออกไปกด มาแชร์ ชัยภูมิ เอฟซี 8-2 ซึ่งเกมนั้น ออสการ์ ปลาเป้ ยิงคนเดียว 5 ประตู เรียกได้ว่าแค่ 2 เกมแรกก็ยิงไปหนึ่งโหลแล้ว แต่หลังจากนั้น ฟอร์มการเล่นของทีมเริ่มถูกจับทางได้ ครัวนภัส บุกไปเสมอกับ ยโสธร ของประธาน “หม่ำ จ๊กมก” 0-0 ก่อนจะกลับมาเฉือนชนะ เมืองเลย ยูไนเต็ด 2-1 และล่าสุดในนัดกลางสัปดาห์ประเดิมปราชัยเกมแรกของซีซั่นด้วยการบุกไปแพ้ ห้วยแถลง ยูไนเต็ด 1-2


อย่างไรก็ดี ด้วยเส้นทางที่ยังอีกยาวไกล ทำให้ทุกคนยกให้ อุบล ครัวนภัส เอฟซี ก้าวมาเป็นทีมที่น่าจับตามอง แต่อย่าลืมว่าจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้ทีมขึ้นมาเป็นแบบนี้ คงจะหนีไม่พ้น การผสมผสานตัวผู้เล่นและจิตวิทยาของ ธนา ชะนะบุตร 

ตลอดจนการทุ่มเทแบบสุดแรงกายแรงใจของ พงศักดิ์ มูลสาร ประธานสโมสร ที่ฝันอยากจะเห็นทีมบ้านเกิดทีมนี้ ก้าวไปสู่ลีกสูงสุดให้ได้ เหมือนกับที่ อุบล ยูเอ็มที หรือ อุบล ยูไนเต็ด เคยทำได้มาก่อนในหลายฤดูกาลที่ผ่านมา


ไม่ต้องเลิศหรู แต่เปี่ยมด้วย “ทีมสปิริต” นี่แหละคือสูตรการทำทีมของ “โค้ชแมน” กุนซือแห่งทีม อุบล ครัวนภัส เอฟซี


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com