5 เหตุผลที่แฟนยี้ คูมัน


แม้จะยังได้รับโอกาสจาก โจน ลาปอร์ต้า ให้ทำงานในถิ่น คัมป์ นู ต่อไป แต่สำหรับ บาร์เซโลนิสต้า แล้วพวกเขาหมดศรัทธาในตัว โรนัลด์ คูมัน แล้ว จากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ คูมัน ไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป ?

แม้ โจน ลาปอร์ต้า จะออกมาหนุนหลัง โรนัลด์ คูมัน ให้อยู่คุมทีมบาร์เซโลน่า ต่อไป โดยยืนยันว่ากุนซือวัย 58 ยังมีเครดิตมากพอที่จะได้ทำงานในถิ่น คัมป์ นู


อย่างไรก็ตาม สำหรับ บาร์เซโลนิสต้า ส่วนใหญ่แล้ว คูมัน ไม่คู่ควรที่จะได้ทำงานคุมทีมต่อไป ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันที่ย่ำแย่เท่านั้น หากแต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่ทำให้พวกเขาหมดศรัทธากับ คูมัน 


ด้านล่างนี้คือเหตุผลที่ทำให้สาวก ‘อาซูลกราน่า’ ไม่เอา คูมัน อีกต่อไป 





1.โจมตีนักเตะตัวเอง 


ในหลายๆบทสัมภาษณ์ของ คูมัน มักพูดถึงศักยภาพกลุ่มนักเตะชุดนี้ว่าอ่อนด้อยลงกว่ายุคที่ผ่านมา เช่นบทสัมภาษณ์หลังเกมเสมอ กรานาด้า 1-1 ที่ว่ากลุ่มนักเตะในเวลานี้ ไม่สามารถเล่นแบบ ตีกิ-ตากะ ได้ เขาไม่มีนักเตะที่มีความเร็วและเทคนิคที่ดีพอที่จะเล่นในแบบนั้น 


อีกครั้งนึงคือการบทสัมภาษณ์หลังเกมพ่าย เบนฟิก้า 0-3 ที่ ลิสบอน โดย คูมัน บอกว่าเราต้องเรียกร้องจากนักเตะให้มากกว่านี้ ซึ่งสะท้อนว่านักเตะยังไม่ได้รีดศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาอย่างที่ควรจะเป็น 


หรือในเกมล่าสุดกับ แอต.มาดริด คูมัน วิจารณ์ นิโก้ กอนซาเลซ กองกลางดาวรุ่งของทีมว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ทีมเสียประตูแรก  


“นิโก้ ปล่อยให้ เลอมาร์ ว่างโล่ง เขาไม่สามารถเปิดพื้นที่ขนาดนั้นได้เวลาที่เสียบอล เขาควรจะมาร์กคู่ต่อสู้ บางทีด้วยเหตุนี้เราถึงควรเล่นด้วยระบบ 3 เซนเตอร์แบ็ก”


“ในแดนกลาง คุณต้องมาร์กตัวผู้เล่นตลอดเวลาและต้องทำอะไรมากกว่านี้ , กับประตูทีเสียไปมันทำให้ทุกอย่างยุ่งยาก”


กับการให้สัมภาษณ์ในลักษณะเช่นนี้ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ แฟนๆมองว่า คูมัน สมควรที่จะพูดมันในห้องแต่งตัวกับนักเตะโดยตรงมากกว่าที่จะพูดผ่านสื่อ 


ความเลวร้ายคือการระบุชื่อนักเตะที่เขามองว่าทำผิดพลาดออกมาโดยไม่สนใจว่าจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศและความรู้สึกภายในทีมหรือไม่  


นิโก้ กอนซาเลซ เพิ่งมีอายุเพียง 19 ปี ในฐานะเทรนเนอร์เขาควรจะปกป้องลูกทีมต่อสาธารณชนไม่ว่าจะเกิดความผิดพลาดใดๆ ส่วนจะเล่นงานหรือต่อว่ากันเป็นการภายในก็ไม่มีใครว่า 


วิธีการสัมภาษณ์ของ คูมัน นั้นแตกต่างจากเทรนเนอร์หลายคน เช่น โชโล่ ซิเมโอเน่,คาร์ อันเชล็อตติ ,ฆูเลน โลเปเตกี หรือกระทั่ง ซีเนดีน ซีดาน ที่ไม่เคยระบุชื่อนักเตะตัวเองว่าเล่นผิดพลาดออกสื่อเลย 




2.ระบบการเล่นและสไตล์ 


คูมัน ใช้ระบบการเล่นที่หลากหลายตลอดการคุมทีมตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา ระบบ 4-3-3 ที่เป็นเอกลักษณ์ของ บาร์เซโลน่า ที่แฟนๆภาคภูมิใจไม่ใช่ระบบการเล่นที่แตะต้องไม่ได้อีกต่อไปในยุคของเขา 


คูมัน เลือกใช้ระบบ 4-2-3-1 ในฤดูกาลแรกของเขาที่เข้ามาทำงาน จากนั้นเมื่อผลงานเริ่มตกลง ก็ปรับมาใช้ 3-5-2 สลับกับ 4-3-3 


ในฤดูกาลนี้มีหลายเกมที่ คูมัน เลือกเดิมพันกับระบบ 3-5-2 ด้วยเหตุผลว่าเขาต้องการเกมรับที่เหนียวแน่นโดยเฉพาะเวลาเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า แต่ผลการแข่งขันกลับไม่เป็นอย่างใจ 


3 เกมใหญ่ที่พบกับ บาเยิร์น มิวนิค,เบนฟิก้า และ แอต.มาดริด คูมัน เลือกใช้ระบบ 3 เซนเตอร์แบ็ก และแพ้ขาดลอยทั้ง 3 เกม เสีย 8 ประตู และยิงไม่ได้เลย 


ส่วนเรื่องของสไตล์การเล่น คูมัน ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าทำให้ บาร์เซโลน่า สูญเสียสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของสโมสรที่เน้นการครอบครองบอลและจ่ายบอลสั้น โดยในเกมเสมอ กรานาด้า 1-1 ที่ คัมป์ นู คูมัน สั่งให้ลูกทีมบอมบ์เข้าใส่ ซึ่งสถิติออก ตลอดทั้งเกม บาร์เซโลน่า โยนใส่ กรานาด้า มากถึง 54 ครั้งด้วยกัน ซึ่งบางคนถึงกับบอกว่า “มันเป็นเรื่องที่น่าอับอาย” 



3.ทัศนคติในแง่ลบ 


คูมัน ยืนยันมาตลอดว่าเขาคือคนที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ใช่พวกเพ้อฝัน นั่นทำให้เขามองทีมชุดปัจจุบันว่าไม่ดีพอที่จะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 


“ใน แชมเปี้ยนส์ลีก คุณไม่อาจคาดหวังถึงบางอย่างที่เรียกว่าปาฏิหารย์ ได้, การจบในอันดับสูงใน ลา ลีกา (คว้าโควต้า แชมเปี้ยนส์ลีก) ก็นับว่าเป็นความสำเร็จแล้ว” 


คำพูดของ คูมัน ถูกแบ่งออกเป็น 2 มุมมอง มุมแรกเข้าใจและเห็นด้วยกับ คูมัน ว่านั่นคือการยอมรับความเป็นจริง ยอมรับว่าในสิ่งที่ บาร์เซโลน่า เป็นอยู่ ณ เวลานี้ 


แต่อีกมุมนึงแฟนจำนวนไม่น้อยมองว่า คูมัน ไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน และใจเสาะ ไม่กล้าที่จะฝัน ไม่มีความเป็นนักสู้ การคิดว่าตัวเองไม่ดีพอย่อมไม่มีทางทำอะไรประสบความสำเร็จ 


สำหรับเรื่องนี้บอร์ดผู้บริหารไม่แฮปปี้กับทัศนคตินี้ของ คูมัน พวกเขามองว่าทีมไม่สามารถคิดว่าจะลงไปพ่ายแพ้ในเกมตั้งแต่ยังไม่ได้ลงสนาม เพราะนี่คือ บาร์เซโลน่า ที่จะต้องลงไปด้วยความคิดที่จะคว้าชัยชนะให้ได้เสมอ 




4.ไม่มีให้โอกาสนักเตะอย่างเท่าเทียม 


นี่คือหนึ่งในประเด็นที่ คูมัน โดนโจมตีมาตลอดตั้งแต่ซีซั่นแรกที่เข้ามาทำงาน มีนักเตะบางคนที่แทบไม่มีได้รับโอกาสจากเขาโดยที่เหตุผลนั้นไม่ชัดเจน 


ริกิ ปุช นักเตะขวัญใจของชาวกูเล่ส์ถือเป็นประเด็นที่ร้อนแรงมาโดยตลอด ซึ่งขัดใจแฟนบอลอย่างมาก ด้วยเพราะแฟนๆเชื่อว่า ปุช เป็นนักเตะที่ฝีเท้าดีและสามารถช่วยทีมได้ อีกทั้งยังมีความทุ่มเทจากสายเลือดลา มาเซีย เข้มข้น แต่กลายเป็นเขา มิดฟิลด์วัย 22 กลับแทบไม่ได้โอกาสจาก คูมัน เลย 


ฤดูกาลที่แล้ว ปุช ได้เป็นตัวจริงใน ลา ลีกา แค่ 2เกม รวมเวลาลงสนาม 292 นาทีเท่านั้น มาในปีนี้ ปุช ถูก คูมัน ส่งลงเล่น 76 นาทีจาก 7 เกมที่ผ่านมา 


อีกรายที่เป็นประเด็นขัดแย้งไม่น้อย ก็คือกรณีของ มิราเลม ปานิช มิดฟิลด์ทีมชาติบอสเนียที่แทบจะถูก คูมัน ลืมไปเลย นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ยูเวนตุส 


ปานิช ออกมาวิจารณ์ คูมัน หลังจากย้ายไปร่วมทีม เบซิคตัส ในแบบยืมตัวว่า “คูมัน กากบาทชื่อของผมทิ้งตั้งแต่แรก โดยไม่ให้โอกาสในการพิสูจน์ตัวเองเลย”  


ส่วนอีกคนคือ ซามูแอล อุมตีตี้ ปราการหลังทีมชาติฝรั่งเศส คนนี้มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่ในยามนี้เขากลับมาฟิตสมบูรณ์และมีชื่อติดทีมหลายเกมแล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้โอกาสลงเล่นเลยแม้แต่นาทีเดียว 


การกระทำของ คูมัน ทำให้แฟนๆรู้สึกว่าเขาไม่ยุติธรรม และเต็มไปด้วยอคติ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ทีมพัง 




5.เลือกเดิมพันในสิ่งที่ผิด


การเซ็นสัญญากับ ลุค เดอ ยอง คือหนึ่งในเรื่องที่ คูมัน โดนโจมตีอย่างหนัก แฟนๆไม่เห็นด้วยกับการเลือกหัวหอกดัตช์รายนี้เข้ามา เนื่องจากมองว่านักเตะมีคุณภาพไม่ดีพอที่จะเล่นให้กับทีม สำคัญกว่านั้นก็คือเรื่องของสไตล์การเล่นที่ เดอ ยอง ดูจะถนัดแต่ลูกกลางอากาศมากกว่า บนพื้นเขาเป็นกองหน้าที่ไม่มีความคล่องตัว และไปกับบอลได้ไม่ดี ซึ่งไม่ใช่สไตล์การเล่นอย่างที่ บาร์เซโลน่า ต้องการ


คูมัน ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ดังกล่าว เขาเลือกที่จะเดิมพันกับ ลุค เดอ ยอง ซ้ำยังบอกว่า 


“ในลูกกลางอากาศ ลุค เดอ ยอง นั้นอันตรายกว่า เนย์มาร์” 


“ลุค คือนักเตะที่แตกต่างจากกองหน้าที่เรามี นอกจากนี้เรายังเสีย อองตวน กริซมันน์ ไป ผมไม่ต้องการเปรียบเทียบระหว่าง ลุค กับ กริซมันน์ แต่ว่าในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขาย เราเสียกองหน้าไป ทำให้เราเหลือกองหน้าแค่ 3 คนเท่านั้น”


คูมัน เดิมพันกับ ลุค เดอ ยอง ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของแฟนบอล และจนถึงตอนนี้ดาวยิงดัตช์ก็ยังไม่อาจงัดฟอร์มการเล่นที่สุดยอดออกมาได้ จึงทำให้เขาโดนโจมตีอย่างหนักในการตัดสินใจนี้ 


เจมส์ ลา ลีกา 



ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com