สบายใจขึ้นก่อนเบรก


ประตูช่วงท้ายเกมของ ติโม แวร์เนอร์ และ เบน ชิลเวลล์ ช่วยให้ เชลซี คว้าชัยชนะเหนือ เซาธ์แฮมป์ตัน ได้ในที่สุด

หลังความพ่ายแพ้สองเกมติดในสองรายการดูเหมือนว่าแฟนบอลจะเสียความมั่นใจไปเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่เป็นคู่แข่งแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกโดยตรง

ในเกมที่เต็มไปด้วยดราม่ามีทั้งจุดโทษ ใบแดง ประตูจากวีเออาร์ที่โดนริบ สุดท้ายจบลงที่สามคะแนนของฝั่ง “สิงห์บลูส์”

ถือเป็นการปลดเปลื้องความกดดันให้หมดไปได้ก่อนพักเบรกทีมชาติ จะได้ไปรับใช้ชาติและหยุดพักแบบไม่ต้องมีอะไรค้างคาในใจ

การจัดทีม

        

หลังความพ่ายแพ้สองเกมติดทาง โธมัส ทูเคิ่ล ปรับทัพ 5 ตำแหน่งของผู้เล่นเอาท์ฟิลด์จากเกมล่าสุดที่เยือนตูริน

เทรเวอห์ ชาโลบาห์ ได้ออกสตาร์ทตัวจริงในแนวรับร่วมกับ ติอาโก้ ซิลวา และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – วิงแบ็กซ้าย เบน ชิลเวลล์ ได้ลงเล่นตัวจริงเกมแรกในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้โดยมี เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า อยู่ทางขวา

ตรงกลาง รูเบน ลอฟตัส-ชีค ได้ประสานงานกับ มาเตโอ โควาซิช ส่วนแนวรุก ติโม แวร์เนอร์ กับ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ทำเกมรุกหลัง โรเมลู ลูกากู

ขณะเดียวกัน เมสัน เมาท์ หายเจ็บกลับมานั่งที่ม้านั่งสำรองข้างสนามได้แล้ว

เปิดฉากอย่างดุดัน


การแพ้โดยที่ยิงประตูไม่ได้ตลอดสองเกมที่ผ่านมาทำให้ทาง เชลซี เดินหน้าลุยเข้าใส่ตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีดแรกและไม่ถึง 5 นาทีทีมก็เกือบได้ประตูจากจังหวะที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไหลบอลเข้าเขตโทษด้านขวา ติโม แวร์เนอร์ สอดมายิงตามน้ำติด อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ย์ ออกหลังไป

แม้จังหวะนี้จะมี โรเมลู ลูกากู รออยู่ตรงกลางแต่จากมุมมองของกองหน้าทีมชาติเยอรมันที่วิ่งเข้าไปแล้วยังไงก็คงมองไม่เห็นและการมีช่องยิงได้ก็เป็นโอกาสที่ต้องสับไกสำหรับคนเป็นกองหน้า

แต่มาถึงนาทีที่ 9 เชลซี ก็ออกจนได้จากลูกเตะมุมทางขวา เบน ชิลเวลล์ เปิดกลางประตู รูเบน ลอฟตัส-ชีค ขึ้นโหม่งโดนบางๆบอลเลยมาเสาสอง เทรเวอห์ ชาโลบาห์ อยู่คนเดียวพุ่งโหม่งเข้าไปเป็น 1-0 ของเจ้าถิ่น

เรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดุดันทีเดียวโดยเฉพาะเกมทางขวาที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า กับ ติโม แวร์เนอร์ ป่วนได้ดีทีเดียว

เกมเปิด


เมื่อมีประตูเกิดขึ้น เกมก็เปิดมากขึ้น ทาง เซาธ์แฮมป์ตัน ไม่อยู่เฉยและก็เกือบตีเสมอได้ตอนครึ่งแรกทางของครึ่งแรก ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ลุยมาทางซ้ายก่อนไหลเข้ากลาง ธีโอ วัลค็อตต์ จับบอลก่อนแตะให้ เจมส์ วอร์ด-เพราส์ ซัดเต็มข้อหน้าเขตโทศบอลพุ่งเฉี่ยเสาไปนิดเดียว

เกมแลกกันอย่างสนุก ติโม แวร์เนอร์ หาช่องกดด้วยซ้ายบอลติดบล็อคลอยมาเข้าทางปืน รูเบน ลอฟตัส-ชีค วอลเล่ย์บอลหลุดกรอบไปแบบได้เสียว ส่วนทีมเยือนก็ได้เสียวจากจังหวะเปิดของ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส เข้ากลางให้ ธีโอ วัลค็อตต์ โฉบมาโหม่งแต่โดนไม่เต็มบอลหลุดออกไป

เชลซี ส่งบอลสู่ก้นตาข่ายเมื่อ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ พาบอลบอลลุยถึงหน้าเขตโทษก่อนไหลทะลุช่องอย่างงามให้ โรเมลู ลูกากู ยิงผ่าน อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ย์ แต่เป็นจังหวะล้ำหน้าซะก่อน

ท้ายครึ่งแรก “สิงห์บลูส์” มาได้ประตูเพิ่มอีกจังหวะที่ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เปิดบอลจากทางซ้าย ติโม แวร์เนอร์ โขกเต็มหัวเข้าไป แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ว่า เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไปฟาวล์ตั้งแต่จังหวะก่อนหน้าแล้ว ครึ่งแรกทีมยังนำแค่ประตูเดียว

เสียจุดโทษอย่างง่ายๆ!


เข้าครึ่งหลัง เชลซี ได้โอกาสก่อนตั้งแต่ช่วงต้น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ไหลบอลให้ ติโม แวร์เนอร์ ได้ลองยิงนอกกรอบแต่บอลเบา อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ย์ รับเข้าซองสบาย

แต่ทว่าหลังจากนั้นเกมกลับแผ่วลงไปนำมาซึ่งการเสียจุดโทษแบบง่ายๆเมื่อ วาเลนติโน่ ลีฟราเมนโต้ พาบอลลุยเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนแตะหลบ เบน ชิลเวลล์ แต่แบ็กซ้ายสิงห์บลูส์ก็ไปเสียบแบบง่ายๆกลายเป็นเสียจุดโทษให้ทีมเยือนก่อนที่ เจมส์ วอร์ด เพราส์ รับหน้าที่สังหารไม่พลาดให้สกอร์กลับมาเท่ากันที่ 1-1 หลังผ่านหนึ่งชั่วโมง

หลังเสียประตูไม่นาน โธมัส ทูเคิ่ล ขยับเปลี่ยนตัวทันทีเอา เมสัน เมาท์ ลงมาแทนที่ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย นาทีที่ 65 และทีมน่าขึ้นนำอีกครั้งอย่างที่สุดนาทีที่ 70 โรเมลู ลูกากู ตอกส้นให้ ติโม แวร์เนอร์ เข้าเขตโทษก่อนได้ยิงแต่จังหวะสับไกหลักไม่ดีบอลเลยไม่มุมพอไปติดมือของ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ย์ ที่กางออกไปเซฟได้อย่างเหลือเชื่อ


ใบแดง-ปิดเกม

แต่ก็มีจุดเปลี่ยนของเกมเกิดขึ้นเมื่อ เซาธ์แฮมป์ตัน มาเหลือผู้เล่น 10 คนจังหวะที่ เจมส์ วอร์ด-เพราส์ ไปเสียบ จอร์จินโญ่ ด้านหลังจังหวะออกบอลไปแล้ว ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอ็ตกินสัน ชูใบเหลืองให้ตอนแรก แต่ ติอาโก้ ซิลวา ไปประท้วงสุดท้ายมีการเช็กวีเออาร์จังหวะเสียบใส่ข้อเท้ามิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลีเต็มๆเลยเปลี่ยนเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไปนาทีที่ 75

หลังตัวมากกว่า เชลซี เดินหน้าลุยทันทีและมาแซงนำสำเร็จในนาทีที่ 84 รอสส์ บาร์คลี่ย์ วางบอลเข้าเขตโทษด้านขวา เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ตบเข้ากลางขังหวะเดียว ติโม แวร์เนอร์ สอดมาชาร์จ่อๆเข้าไป คราวนี้ไม่มีวีเออาร์มายึดประตูให้หงุดหงิด

เท่านั้นไม่พอก่อนหมดเวลาหนึ่งนาทีทีมมาได้ประตูย้ำชัย เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไหลบอลให้ เมสัน เมาท์ เกี่ยวเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนตบมาหน้าประตู โรเมลู ลูกากู ชาร์จชนเสาบอลไม่ไปไหน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ซ้ำบอลชนคานลอยมาเข้าทาง เบน ชิลเวลล์ วอลเล่ยร์ด้วยซ้าย อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ย์ ปัดออกมาแต่สัญญาณเตือนว่าบอลข้ามเส้นไปแล้วปิดท้ายให้ทีมชนะ 3-1 ถือเป็นการแก้ตัวที่ทำให้ทีมเสียจุดโทษไป


เกมถัดไป

ฟุตบอลลีกจะพักเป็นเวลา 2 สัปดาห์ หลีกทางให้โปรแกรมทีมชาติลงเล่น โดยหลังจากผ่านพ้นไปทีมจะกลับมาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปเยือนน้องใหม่ที่ไม่ธรรมดาอย่าง เบรนท์ฟอร์ด ต่อด้วยการเจอกับ มัลโม่ ในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในบ้าน


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com