ปรีวิวหงส์ดวลเรือ: 3 แต้มสำคัญก่อนเบรคทีมชาติ


เจอร์เก้น คล็อปป์ มีสถิติการคุมทีมยามเจอกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ค่อนข้างสูสีมาก ทั้งคู่พบกับมาแล้ว 21 ครั้ง ชนะและแพ้อย่างละ 9 ที่เหลือคือเสมอกันไปแค่ 3 ครั้งเท่านั้นเอง

เกมคืนนี้จะเป็นเกมนัดที่ 22 ของทั้งคู่ในการดวลกัน เทียบฟอร์ม 5 นัดหลังสุดจากทุกรายการถือว่า ลิเวอร์พูล ดีกว่าเล็กน้อยโดยทัพหงส์แดงยังไม่แพ้ใคร ยิงได้ 17 แต่ก็เสียไปถึง 6 ลูก นำเป็นจ่าฝูงทั้งในลีกและในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมล่าสุดกลางสัปดาห์พลาดท่าพ่ายต่อ เปแอสเช มา 0-2 ซึ่งถือว่าไม่เสียหายเท่าไหร่ ฟอร์มการเล่นเกมรุกโดยรวมยังคงดุดัน ยิงได้ 13 ประตูจาก 5 นัดหลังสุด แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือ ฤดูกาลนี้พวกเขามีเกมรับที่แน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สถิติในพรีเมียร์​ลีกจนถึงตอนนี้ ซิตี้ เสียไปแค่ประตูเดียวในนัดเปิดฤดูกาลที่แพ้ต่อ สเปอร์ส นอกนั้นพวกเขารักษาคลีนชีตในลีกมาได้อย่างต่อเนื่อง เกมบิ๊กแมตช์ที่ทุบ เชลซี สัปดาห์ก่อน ทีมของ ทูเคิ่ล ไม่สามารถยิงตรงกรอบได้เลยสักลูกเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่าระเบียบในเกมรับของ ซิตี้ ปีนี้นั้นแน่นหนามากแค่ไหน

อย่างไรก็ดี ในถ้วยยุโรป ซิตี้ เสียประตูไปมากถึง 5 จาก 2 นัด ซึ่ง ลิเวอร์พูล​ อาจต้องนำจุดนี้มาศึกษาว่าช่องว่างตรงไหนที่ควรเอามาใช้ในเกมคืนนี้ สื่ออังกฤษ​อย่างสกาย สปอร์ต ชี้ว่าเกมรับของ ซิตี้ มักจะมีปัญหาเมื่อเจอกับนักเตะที่มีความเร็วสูง ซึ่งในทีม ลิเวอร์พูล มี ซาล่าห์ กับ มาเน่ ที่น่าจะใช้โจมตีได้โดยเฉพาะเกมโต้กลับ 

นักเตะที่สื่ออังกฤษให้การจับตามองคือ โม ซาล่าห์ ครับ

ดาวเตะชาวอียิปต์ในฤดูกาลนี้ค่อนข้างท็อปฟอร์มสุด ๆ เขายิงในลีกไป 5, หาโอกาสยิง 25, ยิงตรงกรอบ 15, สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมอีก 8 ซึ่งทุกอย่างล้วนแล้วอยู่ในอันดับ 1 ของสถิตินักเตะในพรีเมียร์​ลีก​ปีนี้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ซาล่าห์ ยังถือเป็นตัวแสบของ ซิตี้ คนนึงเลยทีเดียว โดยเขายิงเรือใบสีฟ้าได้ 4 จาก 5 นัดที่เล่นในแอนฟิลด์ แถมนัดล่าสุดกับ ปอร์โต้ ก็เหมาอีก 2 เม็ด เรียกว่าฟอร์มกำลังขึ้นหม้อสุด ๆ เป็นนักเตะอันตรายที่อาจเป็นคนตัดสินเกมนี้ได้เลยทีเดียว

สำหรับผมเอง เลือกมองว่า โชต้า ที่อาจเป็นทีเด็ดในเกมนี้ครับ แม้ตามไลน์อัพคาดการณ์​จะนั่งเป็นสำรองก็จริง แต่เชื่อว่าหากได้ลงสนาม เขาจะตอบโจทย์ในเรื่องการทำประตูได้ดี โดยเฉพาะลูกโหม่งและลูกฉาบฉวย

โชต้า ถือเป็นนักเตะที่วิ่งระหว่างช่องว่างของกองกลางกับกองหลังได้ค่อนข้างเก่ง รวมถึงยังแทรกตัวไปอยู่ในจุดเกรงใจของคู่เซนเตอร์ยามบอลจากริมเส้นเปิดมาได้ดีอีกด้วย การเคลื่อนที่ของ โชต้า เป็นประโยชน์​ต่อ มาเน่ กับ ซาล่าห์ เพราะสามารถดึงตัวประกบออกมาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการไม่ยืนปักหลักแค่ตรงกลาง ยังทำให้แนวรับคู่แข่งเปิดช่องว่างได้หากหลุดการมาร์คตัว หากเกมรุกตื้อ ๆ การส่ง โชต้า ลงมาในครึ่งหลังน่าจะทำให้เกิดมิติใหม่ ๆ ในเกมรุกได้อย่างแน่นอน

ส่วน ซิตี้ แทบไม่มีอะไรต้องห่วง เป๊ป เจอทีมที่ลงตัวมาก ๆ แทบทุกตำแหน่ง ปัญหาที่ ลิเวอร์พูล จะต้องเจอเหมือนทีมอื่นก็คือการที่ ซิตี้ เลือกใช้ เดอ บรอยน์ เป็นกองหน้าตัวกลางและเล่นอิสระเหมือนตอน เมสซี่ เล่นกับ บาร์เซโลน่า อีกทั้งยังสามารถสลับดอกกับ กรีลิช และ เฆซูส เพื่อดึงตัวประกบได้อย่างเนียนตา เหมือนในเกมที่ชนะ เชลซี



สภาพความพร้อมของทีม

ฝั่ง ซิตี้ มีแค่ กุนโดกัน, ชินเซนโก้ และ เมนดี้ เท่านั้นที่ลงสนามไม่ได้ ส่วนหงส์แดงเองต้องใช้ เจมส์ มิลเนอร์ ลงตัวจริงในตำแหน่งแบ็คขวาแทนที่ของ เทรนท์ เนื่องจากยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บครับ

คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล: อลีสซง เบคเกอร์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, โจเอล มาติป, ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เคอร์ติส โจนส์, โม ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่ และ บ็อบบี้ ฟิร์มิโน่

คาดการณ์ 11 ตัวจริง ซิตี้: เอแดร์ซอน, เชา กันเซโล่, ลาปอร์ต, ดิอาส, ไคล์ วอล์คเกอร์, โรดรี้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ฟิล โฟเด้น, กาเบรียล เฆซุส, แจ็ค กรีลิช และวาง เควิน เดอ บรอยน์ เป็นกองหน้าตัวกลาง

ผลการแข่งขันที่คาด: ลิเวอร์พูล เสมอ ซิตี้ 1-1

Key Stats

– 7 ครั้งหลังสุด ลิเวอร์พูล ชนะ ซิตี้ ได้แค่ครั้งเดียวจากทุกรายการ

– ลิเวอร์พูล ยังเป็นทีมเดียวในพรีเมียร์​ลีก​ฤดูกาลนี้ที่ไม่แพ้ใคร และยิงได้มากที่สุด 15 ลูก เท่ากับ เชลซี

– ซิตี้ เสียเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้นในลีกฤดูกาลนี้

– เป๊ป แพ้ คล็อปป์ มากที่สุดในบรรดากุนซือที่เคยดวลด้วย

– ซิตี้ ไม่เคยบุกมาชนะที่แอนฟิลด์ได้ 2 นัดติดต่อกันนานถึง 84 ปีแล้ว


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com