ไม่ง่ายอย่างที่คิด


เส้นทางป้องกันแชมป์ของ เชลซี หลังผ่านไปแค่สองเกมก็สะดุดพ่ายแพ้ซะแล้ว แสดงให้เห็นแล้วว่ามันไม่ได้ง่ายเลย

         ความพ่ายแพ้ให้กับทีมอย่าง ยูเวนตุส ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะก็ถือเป็นทีมแนวหน้าของยุโรป แต่ด้วยรูปเกมที่ออกมาที่เหนือกว่าแบบทุกประตูแต่กับมือเปล่าเป็นอะไรที่น่าเสียดาย

         ตลอด 90 นาทีเกมของ โธมัส ทูเคิ่ล เหนือกว่าทุกประตู แต่เสี้ยวเดียวที่เสียสมาธิ ค่าตอบแทนคือการแพ้ในเกมไปเลย

         สัญญาณบ่งบอกว่าแต่ละเกมที่ลงสนามไม่ง่ายมาตั้งแต่นัดถล่ม แอสตัน วิลล่า แล้ว สุดท้ายตอนนี้ทีมแพ้สองเกมติด ถึงเวลากลับมามองตัวเองแล้วว่าอันที่จริงทีมไม่ได้ดีขนาดนั้นและทุกเกมล้วนยาก

         นี่แหละฟุตบอล

การจัดทีม


         โธมัส ทูเคิ่ล กลับาใช้ระบบ 3-4-2-1 อีกครั้งหลังจากเกมที่แล้วกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมปรับไปใช้ 3-5-2

         เกมนี้ทีมปรับโดย รีซ เจมส์ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ไม่มีชื่อในทีมโดยรายแรกป่วย ส่วนรายหลังตวรจพบเชื้อโควิดต้องกักตัวไป 

         ติอาโก้ ซิลวา ลงยืนเซนเตอร์ร่วมกับ อันเดรียส คริสเตนเซ่น กีบับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ แดนกลางมี เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช และ มาร์กอส อลอนโซ่ ลง แนวรุก ฮาคิม ซิเย็ค ลงแทน ติโม แวร์เนอร์ โดยปั้นเกมรุกกับ ไค ฮาแวร์ตซ์ โดยมี โรเมลู ลูกากู ที่คุ้นเคยกับบอลอิตาลีดียืนหน้าเป้า ผู้รักษาประตูเป็น เอดูอาร์ เมนดี้

ครึ่งแรกกับโอกาสอันน้อยนิด


         ด้วยความที่เก็บชัยชนะเกมแรกมาด้วยกันทั้งคู่ และเป็นสองทีมที่ได้รับการคาดหมายว่าจะกอดคอกันเข้ารอบต่อไป การเจอกันเองจึงมีความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ 

         โอกาสแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 7 จังหวะเตะมุมที่น่าจะเป็นลูกซ้อมกันมา มาร์กอส อลอนโซ่ เปิดบอลเรียดให้ โรเมลู ลูกากู วิ่งมายิงแต่บอลไม่แรงและก็ไปตรง วอยเชี๊ยค เชสนี่ ด้วย

         ยูเวนตุส ได้ลุ้นนาทีที่ 20 เมื่อ มาเตโอ โควาซิช เสียบอลโดน เฟเดริโก้ เคียซ่า ตัดจากกลางสนามกระชากเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนสับไกบอลพุ่งหลุดเสาสองไปนิดเดียว

         เชลซี ครองบอลเยอะก็จริงแต่จังหวะยิงแทบไม่ได้ลุ้นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เป็นทางเจ้าบ้านที่ได้เสียวมากกว่าจากจังหวะยิงนอกกรอบของ อาเดรียง ราบิโอต์ นาทีที่ 31 บอลพุ่งข้ามคานออกไปแบบแฟนได้เสียว นั่นเป็นโอกาสที่ได้ลุ้นในครึ่งแรกซึ่งถือว่าน้อยและไม่ได้ลุ้นแบบจะแจ้งอะไรมากนัก

เสียประตูเร็ว


         ในช่วงพักครึ่งทีมขยับเปลี่ยนตัวคนแรกทันทีเอา เบน ชิลเวลล์ ลงมาเล่นแทน มาร์กอส อลอนโซ่ โดยแบ็กทีมชาติอังกฤษน่าจะช่วยเกมรับได้ดีกว่า

         แต่แค่เสียสมาธิช่วงออกสตาร์ทหลังสิ้นเสียงนกหวีด เชลซี ก็ต้องมาเสียประตูจังหวะที่ เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ ไหลทะลุเข้าเขตโทษด้านซ้าย เฟเดริโก้ เคียซ่า สปีดหนี อันโตนิโอ รือดิเกอร์ มาหาบอลกดด้วยซ้ายบอลเสียบมุมตาข่ายให้ทีมนำ 1-0

         หลังเสียประตู เชลซี ยังคงบุกต่อแต่ทีมต้องการอะไรที่มากกว่านี้ทาง โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยนตัวทีเดียว 3 คนรวดเอา เทรเวอห์ ชาโลบาห์, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย และ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ลงแทน จอร์จินโญ่, ฮาคิม ซิเย็ค และ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

         แต่ทีมก็เกือบเสียประตูที่สองจากบอลยาวของ อาเดรียง ราบิโฮต์ ข้ามฟากเข้าเขตโทษด้านขวา ฮวน กวาดราโด้ แตะจังหวะเดียวเข้ากลางให้ เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ ได้เข้าไปยิงแต่ผิดเหลี่ยมบอลหลุดกรอบออกไป

เฮือกสุดท้าย


         เชลซี เปลี่ยนตัวคนสุดท้ายเอา รอสส์ บาร์คลี่ย์ ลงเล่นแทน อันเดรียส คริสเตนเซ่น เพื่อเพิ่มนักเตะในการจ่ายบอลมากขึ้น

         โอกาสของ “สิงห์บลูส์” นาทีที่ 75 ที่ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เปิดบอลจากทางขวาบอลมาถึง โรเมลู ลูกากู แต่จังหวะโหม่งมี ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่พยายามโหม่งอยู่ข้างหน้าเหมือนกันน่าจะทำให้เสียจังหวะโหม่งไม่เต็มเท่าไรบอลเลยหลุดกรอบออกไป

         อีกครั้งในนาทีที่ 82 รอสส์ บาร์คลี่ย์ ไหลบอลเข้าเขตโทษ โรเมลู ลูกากู ใช้ความใหญ่บังก่อนกดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลเหินออกไปอย่างน่าเสียดาย และในช่วงทดเจ็บจากลูกเตะมุมที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ ได้โหม่งกลางประตูบอลข้ามคานไปนิดเดียว สุดท้ายจบลงด้วยความพ่ายแพ้ ถือเป็นการแพ้ 2 เกมติดต่อกันแล้วหลังจากที่สตาร์ทไม่แพ้ใครมา 8 เกมทุกรายการ


เกมถัดไป

         เชลซี จะกลับไปเล่นในบ้านในเกมพรีเมียร์ลีกรับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน หลังจากนั้นจะพักเบรกให้ทีมชาติได้เล่น 2 สัปดาห์ก่อนจะกลับมาลงสนามกันอีกครั้ง


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com