มาร์ค วิดูก้า กับชีวิตหลังแขวนสตั๊ดที่สุดแสนจะเรียบง่าย


ยังจำเขาคนนี้กันได้ไหมครับ มาร์ค วิดูก้า อดีตดาวยิง ลีดส์ ที่เคยซัลโวหงส์แดงคนเดียว 4 เม็ดมาแล้ว วันนี้เขาทำอะไรอยู่ที่ไหน? ผมจะพาไปหาคำตอบกันครับ

ย้อนความจำให้คอบอลรุ่นใหม่กันสักหน่อย มาร์ค วิดูก้า เป็นกองหน้าร่างใหญ่ชาวออสเตรเลีย เคยเล่นให้กับสโมสรดัง ๆ ในยุโรปมากมายตั้งแต่ โครเอเชีย ซาเกร็บ, เซลติค, ลีดส์, โบโร่ และ นิวคาสเซิ่ล โดยยิงรวมทุกสโมสรได้มากถึง 258 ประตูจาก 507 นัด ได้ดาวซัลโวลีกออสซี่ 2 ครั้ง และได้ดาวซัลโวลีกสกอตต์อีก 1 ครั้งช่วงปี 2000 ไฮไลต์เด่นสมัยเล่นในลีกอังกฤษคือเหมายิง ลิเวอร์พูล คนเดียว 4 ลูก! พายูงทองเฉือนชนะหงส์แดงไปสุดมันส์ 4-3 จนขึ้นหิ้งเป็น 1 ในเกมแห่งความทรงจำของ​พรีเมียร์​ลีก​มาจนทุกวันนี้

หลังจากแขวนสตั๊ดในปี 2009 วิดูก้า ไม่ได้ไปทำงานอะไรที่เกี่ยวกับฟุตบอลเลย เขาค้นพบชีวิตที่เงียบสงบคละเคล้าด้วยกลิ่นหอมของเอสเพรสโซ่อย่างแสนมีความสุขที่ ซาเกร็บ

“ในวงการฟุตบอลบางทีก็มีเรื่องที่ผมไม่ชอบหลายอย่าง” วิดูก้า กล่าวกับ เดอะ มิร์เรอร์ พร้อมแก้วเอสเปรสโซ่ในมือ

“ผมโตที่ออสเตรเลียก็จริง แต่พ่อแม่ผมเป็นชาวโครแอต ทำไมผมถึงไม่กลับไปที่เมลเบิร์นน่ะเหรอ? ผมย้ายมาที่โครเอเชียตอนอายุ 19 และเริ่มหลงรักที่นี่ ในซาเกร็บทุกอย่างเงียบสงบ ผมเลยอยากเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่นี่ เป็นสถานที่ที่ต้อนรับทุกคน”

ร้านกาแฟของ วิดูก้า ชื่อว่า Non Plus Ultra โดยมีอดีตนักเทนนิสชื่อดังอย่าง โกรัน อิวานิเซวิซ เป็นลูกค้าประจำด้วยนะครับ เขาอยากให้ร้านแห่งนี้เป็นแหล่งพักพิง เป็นสถานที่สบาย ๆ ของทุกคน เป็นเหมือนแหล่งพักพิงที่ 3

เมื่อถูกนักข่าวถามว่ายังจำเกมที่ยิง ลิเวอร์พูล คนเดียว 4 ลูกเกมนั้นได้ไหม เขายิ้มกว้างแล้วเริ่มสาธยาย “จำได้สิ จำได้ทุกประตูเลย”

“วันนั้นผมเล่นไม่ค่อยดีหรอก แต่ยิงได้ 4 ลูก! นั่นมันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกสัปดาห์ จริงไหม”

2 ใน 4 ประตูในเกมนั้น วิดูก้า ยิงด้วยลูกชิพอย่างเหนือชั้น “ลูกที่ผมชิพข้ามตัว เวสเตอร์เฟลด์ เกิดจากสัญชาตญาณ​นะ มันมาจากการฝึกฝนบ่อย ๆ จนทำได้เองโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณต้องหยุดคิดว่าจะยิงอย่างไร ลูกนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย”

“ส่วนลูกที่เป็นแฮตทริค มันค่อนข้างยากมากกว่าเพราะมุมแคบ ผมต้องหาทางพลิกเพื่อหาช่องและต้องยิงเลยทันที เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะทำประตูได้จากมุมนั้น”




วิดูก้า เป็นดาวซัลโวประจำทีมในทุกฤดูกาลที่ เอลแลนด์ โร้ด เขายอมรับว่าชอบบรรยากาศ​ของสนาม แฟนบอล และทุก ๆ สิ่งที่นั่น แต่เหตุผลเดียวที่ต้องย้ายนั่นเป็นเพราะปัญหา​ทางการเงินของสโมสร

“มันชัดเจนว่าในตอนนั้นทีมมีปัญหาเยอะ โจนาธาน วู้ดเกต ต้องย้ายออกเช่นกัน มันเริ่มเป็นหายนะที่ใหญ่หลวงเลย ทีมเริ่มไร้วินัยและเริ่มเละเทะ ผมถูกขายให้ มิดเดิ้ลสโบรห์ ในปี 2004”

วิดูก้า ย้ายมาที่ โบโร่ ด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ อยู่กับทีม 3 ฤดูกาล ยิงได้ 42 ประตู พาทีมเข้าชิงถ้วยยูฟ่า คัพ ปี 2006 โดย วิดูก้า ตัดสินใจไม่ต่อสัญญา​กับทีม ก่อนจะย้ายไปอยู่กับทีมคู่ปรับอย่าง นิวคาสเซิ่ล ในปี 2007

ที่ไทน์ไซด์ วิดูก้า ผจญกับปัญหาอาการบาดเจ็บหนักหน่วง เขาลงสนามช่วยเดอะ แม็กพายส์ไปแค่ 40 นัด และยิงได้เพียง 7 ประตูเท่านั้น โดยในฤดูกาลสุดท้ายกับทีมเขายิงไม่ได้เลยสักลูกเดียว

“ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ด รอย ฮอดจ์สัน ติดต่อผมมาให้ไปเล่นที่ ฟูแล่ม ด้วยนะ เรานัดคุยกันที่โรงแรมเชลซี ฮาร์เบอร์ เขาจะให้เบอร์ 9 กับผมด้วยซ้ำ แต่ผมตัดสินใจปฏิเสธเพราะรู้ว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว ผมอยากซื่อสัตย์กับตัวเอง ไม่ต้องการถูกตราหน้าว่าเล่นฟุตบอลเพื่อเงินในช่วงปลายอาชีพ”

วิดูก้า พานักข่าวขับรถไปชมรอบเมืองหลังจากสัมภาษณ์​เสร็จ โดยเขาชี้ให้นักข่าวดูบ้านของ ลูก้า โมดริช ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางลงเขาที่ซาเกร็บ

“บ้านของ ลูก้า หลังนั้น เขาซื้อต่อมาจาก โบบัน” นักข่าวนึกขึ้นได้เลยถามเขาต่อทันทีว่า วิดูก้า เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ โมดริช จริงหรือเปล่า?

“ไม่เชิงนะ ลูก้า แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของผม เราเกี่ยวโยงกันจากตรงนี้ ผมกับเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมากกว่า”



ร้านกาแฟกลายเป็นงานหลักของ วิดูก้า ไปแล้วในตอนนี้ ส่วนงานอดิเรกอื่น ๆ เขายอมรับว่าหมกมุ่นกับพวกดนตรีมากกว่าฟุตบอล โดยเฉพาะการที่ลูกชายของเขาตั้งวงดนตรีขึ้นมา แน่นอนว่าเขาเองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของวงด้วย

“ลูกชายผมเป็นมือกลอง ส่วนผมเล่นกีตาร์ เรามีห้องซ้อมที่ห้องใต้ดิน เพื่อนบ้านอาจรำคาญเรา การลงไปอยู่ข้างล่างคือทางออกที่ดีที่สุด”

ชีวิตหลังแขวนสตั๊ดของ มาร์ค วิดูก้า ช่างสงบเงียบและเป็นไปด้วยความเรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกวันนี้เขามีความสุขกับการละเลียดเอสเปรสโซ่, ดูข่าวฟุตบอล และลงสนามดนตรีกับลูกชายบ้างในฐานะมือกีตาร์วัยเก๋า

มันเป็นชีวิตแสนสุขหลังเกษียณ​ตัวเองออกมาจากฟุตบอลที่น่าอิจฉาจริง ๆ


ร้านกาแฟของ มาร์ค วิดูก้า ที่ซาเกร็บ



ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com