คาวานี่ ต้องตัวจริง


อีกหนึ่งค่ำคืนที่น่าจดจำของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ว่าจะเหนื่อยยากลำบากกว่าจะได้ 3 คะแนน แต่ท้ายที่สุดนักเตะและแฟนบอลต่างได้เฮสุดเสียง

หลังจากผลงานตกลงไปในช่วงที่ผ่านมา แรงกดดันและความคาดหวังเพิ่มสูงขึ้นในเกมรับมือ บียาร์เรอัล บนเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งมันยิ่งกดทับลงบ่นไหล่สองข้างของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา รวมไปถึงนักเตะเมื่อต้องเป็นฝ่ายตามไปก่อนในต้นครึ่งหลัง

ภาพเดิมๆ ย้อนกลับมาในช่วงเวลาที่ ปาโก้ อัลกาเซร์ ชาร์จประตูนั้นผ่าน ดาบิด เด เคอา เสียบตาข่าย เพราะช่วงไม่กี่นัดหลังแฟนบอลปิศาจแดงยังคงติดอยู่ในสภาวะ 'คาบ้าน'

การตอบสนองคือสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะนัดหลังๆ ที่ทีมเร่งไม่ค่อยขึ้น แนวรุกดูติดๆ ขัดๆ นอกจากนั้นยังไม่สอดประสานอย่างที่ควรเป็น

แม้ทีมจะได้ประตูตีเสมอสุดสวยจาก อเล็กซ์ เตลลิส ที่สอยตาข่ายได้ถูกจังหวะเวลา แต่หลังจากนั้นรูปเกมของ ผีแดง โดยเฉพาะแนวรุกไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับแนวรับและ เคเรนีโม่ รูยี่ นายด่านของบียาร์เรอัลเสียเท่าไหร่


โอกาสเยอะกว่าก็จริง บวกกับทีมเยือนยอมให้เจ้าบ้านครองบอลเปิดเกมใส่เพราะ เรือดำน้ำสีเหลือง ดูมั่นใจว่า 'ยันอยู่' แน่นอน และคอยหาโอกาสสวนกลับแบบงามๆ 

ภาพที่ออกมาเป็นเช่นนั้น แนวรับและการป้องกันของ บียาร์เรอัล สามารถจำกัดการบุกและโอกาสแบบจะแจ้งของ ผีแดง ได้เกือบทั้งหมด อาจจะมีจังหวะหวาดเสียวให้ได้ลุ้น แต่ท้ายที่สุดก็เพียงเท่านั้น

จนกระทั่ง เอดินสัน คาวานี่ ถูกส่งลงสนามในนาที 75 การเดินเกมรุกและการกดดันในแดนหน้าของทีมดูวูบวาบและรวดเร็วขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความขยันของหัวหอกอุรุกวัยที่วิ่งไล่บดบี้ใส่แนวรับคู่แข่งโดยเฉพาะจังหวะไล่บอลจนเกือบฉวยโอกาสสร้างจังหวะที่ดีให้กับทีมได้

นอกจากนั้นการมีอยู่ของ 'เอล มาทาดอร์' ยังคอยสร้างพื้นที่ในแนวรุก สร้างความสับสนในการประกบของคู่แข่ง และที่สำคัญไปกว่านั้นคือการช่วยเชื่อมเกมและเป็นทางเลือกให้กับเพื่อนร่วมทีม

คงไม่แปลกหากบอกว่า 20 นาที (รวมช่วงทดเวลาบาดเจ็บ) ที่ คาวานี่ อยู่ในสนามได้ช่วยเพิ่มมิติการเล่นให้กับทีมได้อย่างมาก แนวรุกที่ดูติดๆ ขัดๆ ดูไหลลื่นขึ้นมา และยังมีเกมเพรสซิ่งที่ดุดันคอยสร้างความลำบากให้คู่แข่งมากกว่าเดิม


มองว่าหลังจากนี้ โซลชา ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าจะดำเนินการวางแผนในแนวรุกอย่างไรต่อไป แต่หากถามมุมมองส่วนตัวอยากให้ คาวานี่ ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก (ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องสภาพร่างกายว่าจะเอื้ออำนวยหรือไม่) เพราะสิ่งที่เห็นยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของหอกวัย 34 ปี

จริงอยู่ที่การส่งแนวรุกอายุน้อยลงสนามจะช่วยในเรื่องของแรงผลักดันและการเล่นที่รวดเร็ว แต่สิ่งที่เราเห็นจาก คาวานี่ เขาเล่นไม่ต่างจากหนุ่มกระทงรุ่นน้อง แม้อายุจะย่างเข้าวัย 34 ปี กระนั้นพละกำลังไม่ต่างจากนักเตะอายุ 20 กว่าๆ แถมหลังงานยังล้นเอ่อออกมาอยู่ตลอด

อย่างที่เรียนไปแล้วว่า คาวานี่ มีลูกขยันที่พร้อมไล่เพรสซิ่งตั้งแต่แดนหน้า ซึ่งแฟนบอลก็อาจจะประจักษ์ในเรื่องนี้มานักต่อนักแล้ว เพราะการเล่นของ 'เอล มาทาดอร์' มีประโยชน์ที่สำคัญกับทีมอย่างมาก

จังหวะไล่บดไล่บี้อาจจะไม่สำเร็จในทุกๆ ครั้ง แต่มันช่วยเพิ่มแรงกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามให้เล่นอย่างพะวงและคอยระวังตัวอยู่เสมอ ซึ่งหากสามารถตัดบอลได้ทันควันก็จะกลายมาเป็นผลดียิ่งกว่าเดิม

https://twitter.com/dube_mthoko/status/1443475016104939521

แม้จังหวะจบสกอร์ของ คาวานี่ ยังคงเป็นแบบเดิมคือบางจังหวะก็พลาดแบบง่ายๆ (เหมือนที่เคยกล่าวไปในคอลัมน์เมื่อปีที่แล้ว) กระนั้นการมีอยู่ของเขาในสนามจะสร้างประโยชน์ได้กว่ามาก และที่สำคัญกองหน้าชาวอุรุกวัยรายนี้จะยิ่งอันตรายหากมีการเปิดป้อนไปที่เขามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

หลังจากนี้หวังว่าจะได้เห็น คาวานี่ ลงสนามมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะตัวจริงที่ลงเล่นร่วมกับแนวรุกคนอื่นๆ โดยเฉพาะ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส

ถึงอายุจะล่วงมาถึงวัย 34 แต่สิ่งที่ คาวานี่ แสดงออกมาไม่ต่างจากกระทิงหนุ่มที่แรงไม่มีตก และพร้อมไล่ล่าฝ่ายตรงข้ามจนนาทีสุดท้าย


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com