‘เอล ตีเกร’ เสือไม่สิ้นลาย


ราดาเมล ฟัลเกา หัวหอกวัย 35 ปีทำผลงานโดดเด่นกับ ราโย บาเยกาโน่ ด้วยการทำประตูกับทีมน้องใหม่ลีกาตลอด 3 เกมแรกไว้ลายอดีตเสือร้ายแม้ว่าสังขารจะไม่เหมือนเดิมก็ตาม

ราดาเมล ฟัลเกา กองหน้าชาวโคลอมเบียนพิสูจน์ให้เห็นในระดับหนึ่งว่าการตัดสินใจหวนคืนลีกเมืองกระทิงไม่ได้เป็นเพียงรอวันเกษียณสำหรับเขา หลังหัวหอกวัย 35 ปี กด 3 ประตูจากการลงเล่น 3 เกมแรกกับ ราโย บาเยกาโน่ ดีกว่าตอนที่ย้ายจาก เอฟซี ปอร์โต้ มาค้าแข้งกับ แอตเลติโก มาดริด เมื่อ 8 ปีก่อนด้วยซ้ำ 

'เอล ตีเกร' เคยสร้างชื่อในฐานะหนึ่งในกองหน้าดีที่สุดในโลกนับตั้งแต่ย้ายจาก เอฟซี ปอร์โต้ มาค้าเล่นกับ แอตเลติโก มาดริด ช่วงซัมเมอร์ปี 2011 ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงสุดของทีมตราหมีในขณะนั้น 

มันเป็นช่วงพีคสุดในอาชีพของกองหน้าชาวโคลอมเบียนระหว่างที่เล่นกับ แอตเลติโก มาดริด 2 ฤดูกาล เขากระทุ้งรวมกัน 70 ประตูจากการลงเล่น 91 เกม นำทีมตราหมีคว้าแชมป์ ยูโรปาลีก ซีซั่น 2011-2012, แชมป์ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ คัพ ปี 2012 และ แชมป์โกปา เดล เรย์ ซีซั่น 2012-2013 ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งกับ โมนาโก ในช่วงหน้าร้อนปี 2013 ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร


ฟัลเกา เปิดเผยว่าการเล่นกับ แอตเลติโก มาดริด เป็นช่วงเวลาดีสุดอาชีพค้าแข้งของเขา ก่อนเปิดเผยเหตุผลในการเลือกย้ายมาค้าแข้งกับ โมนาโกว่า ว่าเป็นเพราะเขาต้องการเดินตามรอยไอดอลอย่าง เธียร์รี่ อองรี ที่เติบโตและเล่นกับสโมสรในช่วงปี 1994-1999 พร้อมตั้งเป้าหมายนำสโมสรก้าวขึ้นมาเป็นทีมระดับท็อปของยุโรป 

ทว่าช่วงเวลารุ่งโรจน์ของ ฟัลเกา อยู่ไม่นานนัก หลังหัวหอกชาวโคลอมเบียนโชคร้ายบาดเจ็บหนักถึงขั้นเอซีแอลเข่าซ้ายฉีกขาดตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกของเกมชนะ มงต์ส-ดีออรื อาแซร์กส์ ฟุต 3-0 ในช่วงเดือนมกราคมปี 2014 

ก่อน โมนาโก จะยืนยันว่าการบาดเจ็บดังกล่าวทำให้ 'เอล ตีเกร' ต้องพักอย่างน้อย 6 เดือน พร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาถึงการตัดสินใจของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ เทรนเนอร์ของทีมดังเมืองน้ำหอมในขณะนั้นว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งกองหน้าดาวดังลงเล่นกับทีมสมันน้อยจนเป็นเหตุให้นักเตะบาดเจ็บหนัก


ขณะที่ ฟัลเกา ป้องปกเทรนเนอร์ด้วยการยืนยันว่าเขาต้องการลงเล่นเกมดังกล่าวเองและเทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนไม่ได้บังคับให้เขาลงสนามแต่อย่างใด

การบาดเจ็บดังกล่าวทำให้ ฟัลเกา พลาดการลงเล่นรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ที่ประเทศบราซิลไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่เขากำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพค้าแข้งและมีโอกาสนำทีมชาติโคลอมเบียสร้างเซอร์ไพรส์ในศึก 'เวิลด์ คัพ' ฉบับเมืองกาแฟด้วย

'เอล ตีเกร' ฟื้นตัวกลับมาหลังจากนั้น โดยลงเล่นช่วงปรีซีซั่นและเฉพาะช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2014-2015 เท่านั้น ก่อนจะถูกปล่อยไปเล่นกับ แมนฯยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งซีซั่น เนื่องจาก วาดิม วาซิลเยฟ เจ้าของสโมสร โมนาโก ปรับเปลี่ยนแผนสร้างทีมแบบพลิกฝ่ามือ 


จากที่เคยเซ็นสัญญากับผู้เล่นดาวดังสร้างทีมแบบสำเร็จรูปเปลี่ยนมาเป็นการปั้นแข้งดาวรุ่งพร้อมปล่อยนักเตะที่สโมสรทุ่มเงินซื้อตัวมาร่วมทีมก่อนหน้านี้ออกไปเกือบทั้งหมด นอกจาก 'เอล ตีเกร' ที่ย้ายไปเล่นกับทีมปีศาจแดงแล้ว อีกหนึ่งดาวดังอย่าง ฮาเมส โรดรีเกซ ถูกปล่อยไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันด้วยค่าตัว 80 ล้านยูโร

ราดาเมล ฟัลเกา ย้ายมาเล่นกับ แมนฯยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี มูลค่า 6 ล้านปอนด์พ่วงอ็อปชั่นซื้อขาด 43.5 ล้านปอนด์ โดยรับค่าจ้างจากทีมปีศาจแดงสัปดาห์ละ 256,000 ปอนด์

'เอล ตีเกร' กล่าวหลังการทำข้อตกลงกับ แมนฯยูไนเต็ด ว่าเขาจะต่อสู้เพื่ออยู่กับทีมปีศาจแดงเป็นเวลาหลายปีและคาดหวังถึงการก้าวขึ้นมาเป็นตำนานของสโมสร ทว่า ฟัลเกา ไม่เคยคืนร่างเดิมก่อนการบาดเจ็บเอซีแอล เขายิงเพียง 4 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการ 29 เกมก่อนถูกส่งตัวกลับ โมนาโก หลังจบฤดูกาลนั้น


อย่างไรก็ตาม ฟัลเกา ยังได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองบนเวทีพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลัง เชลซี ดึงมาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี มูลค่า 4 ล้านปอนด์ พ่วงอ็อปชั่นซื้อขาด 38 ล้านปอนด์ ราคาถูกกว่าการทำข้อตกลงกับทีมปีศาจแดงช่วงหนึ่งปีก่อนหน้านี้ 

ทว่าหัวหอกชาวโคลอมเบียนมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย เขาบาดเจ็บกล้ามเนื้อระหว่างการซ้อมในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2015 มีการรายงานเบื้องต้นว่าการบาดเจ็บดังกล่าวจะใช้เวลาฟื้นตัวราว 2-3 สัปดาห์ เวลาผ่านมาจนถึงช่วงปลายเดือนธันวาคม กุส ฮิดดิ้งค์ กุนทีมสิงห์น้ำเงินในขณะนั้นระบุว่า 'เอล ตีเกร' ต้องใช้เวลาเรียกความฟิตประมาณ 10 วัน 

ก่อนกุนซือชาวดัตช์จะยืนยันหลังจากนั้นว่าอาการบาดเจ็บดังกล่าวรุนแรงเกินคาด นั่นทำให้เขาตัดสินใจถอนชื่อหัวหอกชาวโคลอมเบียนออกจากโผรายชื่อทำศึกแชมเปี้ยนส์ลีกพร้อมส่ง อเล็กซานเดร ปาโต้ กองหน้าคนใหม่ที่ย้ายมาจาก โครินเธียนส์ ด้วยสัญญายืมตัว

ฟัลเกา ย้ายกลับ โมนาโก หลังจบฤดูกาล 2015-2016 โดยลงเล่นกับ เชลซี เพียง 10 เกมและทำแค่ประตูเดียว แย่กว่าตอนที่ย้ายมาเล่นกับ แมนฯยูไนเต็ด ด้วยซ้ำ

กองหน้าชาวโคลอมเบียนสภาพร่างกายดีขึ้น เขาลงเล่นกับ โมนาโก ตลอดช่วง 3 ฤดูกาลหลังจากนั้นเพียงแต่ไม่ใช่เสือร้ายคนเดิม ก่อนจะแยกทางกับสโมสรหลังสิ้นสุดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ปี 2019 โดยยิงรวมกัน 83 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการรวมกัน 140 เกม 


จากนั้น ราดาเมล ฟัลเกา ย้ายมาเซ็นสัญญา 3 ปีกับ กาลาตาซาราย แบบไม่มีค่าตัวรับค่าจ้างปีละ 5 ล้านยูโร ทว่าสภาพร่างกายของดาวยิงชาวโคลอมเบียนไม่ดีเหมือนเดิม เขาลงเล่นกับทีมดังเติร์กในซีซั่นแรกเพียง 22 เกม ทำ 11 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ก่อนทำ 9 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 17 เกมในฤดูกาลที่สอง โดยพลาดการลงสนามถึง 24 เกมเนื่องจากการบาดเจ็บ

จากผลงานช่วง 2 ปีแรกที่ไม่คุ้มค่าจ้างของ ฟัลเกา ทำให้ กาลาตาซาราย ตกลงยกเลิกสัญญาที่เหลืออีกหนึ่งปีกับนักเตะเพื่อเซฟค่าจ้างอีก 5 ล้านยูโร ก่อน 'เอล ตีเกร' จะหวนคืนลีกเมืองกระทิงด้วยการเซ็นสัญญา 1 ปีกับ ราโย บาเยกาโน่ ในวันสุดท้ายของตลาดซัมเมอร์ โดยรับค่าเหนื่อยเพียง 1.4 ล้านยูโรเท่านั้น


'หนึ่งในเป้าหมายของผมคือการกลับไปเล่นให้ทีมชาติโคลอมเบีย' ฟัลเกา เปิดเผยในการแถลงข่าวเปิดตัวฐานะนักเตะ ราโย บาเยกาโน่ 'เรากำลังต่อสู้เพื่อจุดหมายที่กาตาร์ และอะไรจะดีไปกว่าการมาที่สถาบันแห่งนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผมได้ลงเล่น ผมสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด เล่นด้วยหัวใจของผม และถ้าพระเจ้าเต็มใจจะช่วยให้ทำประตูจำนวนมาก'

ฟัลเกา สร้างความฮือฮาตั้งแต่เกมประเดิมสนามกับ ราโย บาเยกาโน่ หลังเทรนเนอร์ อันโดนี่ อีราโอล่า ส่งลงเล่นแทน แรนดี้ เอ็นเตก้า ช่วงนาที 71 ก่อนหัวหอกโคลอมเบียนจะใช้เวลาในสนามราว 10 นาที ทำประตูแรกกับต้นสังกัดใหม่นำทีมชนะ เคตาเฟ่ 3-0


ก่อน 'เอล ตีเกร' จะทำประตูต่อเนื่องในเกมถัดมา ซึ่งเป็นประตูสำคัญที่ช่วย ราโย บาเยกาโน่ พลิกล็อกบุกโค่น แอธเลติก บิลเบา ถึง 'ซาน มาเมส บาเรีย' 2-1 จากการทำประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90+6 หลัง ฟัลเกา ถูกส่งลงเล่นแทน อูไน โลเปซ ช่วงนาที 76

อีราโอล่า ส่งกองหน้าหมายเลข 3 ลงเล่นฐานะตัวจริงครั้งแรกในเกมรับมือ กาดีซ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนหัวหอกวัย 35 ปีจะตอบแทนความไว้วางใจของเทรนเนอร์ด้วยการทำประตูนำ 2-1 ช่วงท้ายครึ่งแรก ก่อนจะถูกถอดออกจากสนามช่วงนาที 64 

นั่นคือผลงานของ ราดาเมล ฟัลเกา ฐานะกองหน้า ราโย บาเยกาโน่ ที่ทำ 3 ประตูจากการลงเล่น 3 เกมแรกโดยใช้เวลาในสนามรวมกันเพียง 97 นาที


ด้าน ราอูล มาร์ติน เปรซ่า ประธานสโมสร ราโย บาเยกาโน่ กล่าวถึงหัวหอกชาวโคลอมเบียนว่า 'จากมุมมองของผม เรากำลังพูดถึง 1 ใน 3 นักเตะที่จบสกอร์ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลร่วมกับ อูโก้ ซานเชซ และ เปเล่'

'มันถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เห็นเขาที่ ราโย บาเยกาโน่ และ ลา ลีกา' 

หลังกลายเป็นอิสระจาก กาลาตาซาราย ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เขาถูกหลายสโมสรตามจีบทั้ง อินเตอร์ ไมอามี่ ของ เดวิด เบ็คแฮม พร้อมทั้งได้รับข้อเสนอจากสโมสรซาอุดิอาระเบียกับทีมจากทวีปอเมริกาใต้ แต่หัวหอกวัย 35 ปีเลือกเซ็นสัญญากับ ราโย บาเยกาโน่ ที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นสู่เวทีลีกาซีซั่นนี้ 


มันมีไม่กี่คนที่จะเชื่อว่า ราดาเมล ฟัลเกา จะย้ายมาเล่นกับสโมสรเล็กๆอย่าง ราโย บาเยกาโน่ แต่เคยมีอดีตกองหน้าดังเคยมาเล่นที่นี่ก่อนหน้านี้อย่าง ลอรี่ คันนิ่งแฮม (1986-1987) และ อูโก้ ซานเชซ (1993-1994) ช่วงที่กองหน้าชาวเม็กซิกันย้ายมาเล่นกับสโมสรตอนอายุ 35 ปีเท่ากับ ฟัลเกา ในตอนนี้ 

แต่อย่างน้อย ฟัลเกา พิสูจน์ให้เห็นในระดับหนึ่งว่าเขายังคงไว้ลายเสือที่ยังมีเขี้ยวเล็บที่พร้อมตะปบคู่แข่งเพียงแต่อาจไม่ใช่ 'เอล ตีเกร' เสือร้ายบนเวทีลูกหนังเหมือนเมื่อ 8 ปีก่อนเท่านั้น


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com