มาโน โพลกิง : กุนซือกู้ศรัทธาช้างศึก ?


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงเที่ยงของวันจันทร์ ผู้เขียนกดรับในสภาพสะลึมสะลือบนที่นอน ปลายสายคือเสียงเพื่อนเคยทำงานด้วยกันในวงการลูกหนัง

“มึง ดูเหมือนจะไม่ใช่
จเด็จ ว่ะ หวยอาจไปออกที่ มาโน
(โพลกิง)”

ให้หลังอีกไม่ถึงชั่วโมง หลายสื่อต่างลงข่าวกันเต็มฟีดเฟซบุ๊ก อดีตกุนซือ ทรู แบงค็อกฯ เตรียมรับงานเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชุดใหญ่

นั่นหมายความว่า “เกมเดาใจมาดาม” ยกแรก ผู้สื่อข่าวบอลไทยส่วนใหญ่ รถผ้าป่าคว่ำกันหมด (รวมถึงผู้เขียนที่เคยฟันฉับไปแล้วว่าเป็น จเด็จ มีลาภ)

สิ่งที่ตามมาคือเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หากชื่อ “มาโน” คือคนที่ “มาดามแป้ง” จิ้มเลือก

ไม่ว่าจะเป็นการ “จ่อตั้ง” หรือเพียง
“ซาวด์เช็ค” เสียง กระแสแฟนบอล แทบไม่ต่างจากข่าวของ “มาสเซอร์เด็จ” ก่อนหน้า

ในมุมแฟนบอล จะมองเช่นนี้ก็ไม่ผิด เพราะ “มาโน” ไม่มีความสำเร็จเป็นชิ้นอันให้เห็นในฐานะกุนซือเลย

คุมทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 22 ปี ภาพแพ้ลาว ยังติดอยู่ในหัวสมองแฟนบอลเป็นอย่างดี

6 ปี กับทีมทรัพยากรลูกหนังชั้นดีอย่าง ทรู แบงค็อกฯ แต่ไปได้ไกลสุดแค่ “รองแชมป์” หากจะใช้คำว่า “ล้มเหลว” คงไม่ผิดอีก

ยิ่งล่าสุดกับ โฮจิมินห์ ในเวียดนาม ยิ่งไม่ต้องพูดถึง 12 นัด 14 คะแนน ยิง 14 เสีย 17 รั้งอันดับ 11 ของตารางคะแนนวีลีก

ซูซูกิ คัพ
คือทัวร์นาเมนต์ที่สมาคม และ มาดามแป้ง ตั้งเป้าหมายว่าต้องเป็นแชมป์ แต่กำลังใช้โค้ชที่ยัง
“สะกดคำว่าแชมป์ไม่เป็น”


แต่มองอีกมุม หากไม่เอา “มาโน” แล้วจะเอาใคร ?

ลองมาทวนสเปค “มาดาม” และสมาคมอีกครั้ง

– ต้องมีโปรไลเซนส์ (ข้อบังคับเอเอฟซี)

– รู้จักฟุตบอลไทย และนักเตะไทย เพราะเวลาเตรียมทีมจำกัด

– ยอมรับเงื่อนไขสัญญาคุมทีมระยะสั้น (หากดีอาจได้คุมต่อ)

– ไม่มีพันธะสัญญากับต้นสังกัด

ที่แฟน ๆ รีเควสกันอย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เจ้าตัวออกมาตอบเองแล้วว่าอยากทำงานในเวียดนามต่อ มาซาทาดะ อิชิอิ มีสัญญากับ สมุทรปราการ ซิตี้ ขณะที่โค้ชต่างชาติคนอืน ๆ ก็ไม่อยู่ในสเปคที่ตั้งไว้

ทำให้ “ตัวเลือก” เหลือเพียงหยิบมือ

ส่วนประเด็นที่ตั้งข้อสงสัยกันว่า เพราะสมาคมตั้ง
“บัดเจท” เงินเดือนโค้ชใหม่ไว้แค่ 1 ล้านบาท ใช่หรือไม่ (มากกว่านั้นมาดามต้องควักเพิ่ม) ทำให้ชอยส์การเลือกกุนซือแคบลง เรื่องนี้ตอบแทนได้ว่า “ไร้สาระ” มาก

ยี่ห้ออย่างมาดาม คนฟุตบอลรู้ดีว่าเป็นสไตล์
“เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้” แพงกว่านี้ 3-4 เท่า เธอก็จ่ายได้ ถ้าผลงานถูกใจ

เฮดโค้ชวัย 45 ปี ไม่ใช่ชื่อแรกที่ “มาดาม” เลือกพิจารณา และอาจจะไม่ใช่ชื่อสุดท้าย รถผ้าป่าลูกหนังพร้อมคว่ำได้อีกทุกเมื่อ ตราบที่ยังไม่ออฟฟิเชียล หรือประกาศอย่างทางการ  


ที่ต้องเป็น “มาโน” อาจเพราะ เฮดโค้ชบราซิเลียนมีคุณสมบัติตามที่ต้องการ (ในเวลานี้) หากจะขาดก็เพียงความสำเร็จเป็นชิ้นอันเท่านั้น

เพราะหากจะเอาความสำเร็จมาวัดเป็นบัตรผ่านการคุมทีม อย่าลืมว่า สมัยที่ “ซิโก้” คุมทีมชาติครั้งแรก เขาเองก็ไม่เคยมีความสำเร็จใด ๆ ในระดับสโมสรเช่นกัน และช่วงตั้งขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชก็ถูกกระแสจากแฟนบอลแบบนี้

ฉะนั้น ทุกคนควรได้รับโอกาส

9 ปี ที่อยู่เมืองไทย นับตั้งแต่วันที่ตาม วินฟรีด เชเฟอร์ เข้ามา เขารู้จักนักเตะไทยเป็นอย่างดี ครึ่งชีวิตของการเป็นโค้ช เขาเองก็อยู่ในเมืองไทย

ล้มลุกคลุกลูกหนังมานาน จนได้ฉายามากมายทั้ง
“มาโนสกอร์สูง” หรือเป็นกุนซือสไตล์ “กองหน้ารถถังกองหลังรถแก๊ส”

หากเขาได้รับโอกาสครั้งนี้ ก็อยู่ที่เขาเองว่าจะพาทีมชาติไทยทวงคืนวันดีดี หรือตัวเขาเองจะคว้าแชมป์แรกในชีวิตการคุมทีมได้สักครั้งไหม

สุดท้ายมาดามจะเลือกใคร
ทีมชาติไทยเตะ เราก็เชียร์อยู่ดี


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com