ประตูจาก เอมิล สมิธ โรว์, ปิแอร์-เอเมริก โอบาเมย็อง และ บูคาโย่ ซาก้า ช่วยให้ เดอะ กันเนอร์ส เอาชนะ 3-1 ในศึกนอร์ทลอนดอนดาร์บี้

    อาร์เซน่อล ยกระดับตัวเองขึ้นมาแล้ว!

    หากชัยชนะเหนือ นอริช และ เบิร์นลี่ย์ เป็นปัจจัยที่ยังพิสูจน์อะไรไม่ได้ ชัยชนะเหนือ สเปอร์ส 3-1 เมื่อวันอาทิตย์แบบน่าตื่นตาตื่นใจได้จุดประกายฤดูกาลนี้ของ ปืนใหญ่ อย่างแน่นอน

    สองสัปดาห์ก่อน พวกเขายังอยู่ในอันดับบ๊วยของตารางพรีเมียร์ลีก ขณะที่ สเปอร์ส รั้งจ่าฝูง

    ทว่า 3 เกมถัดมา ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า มีอันดับเหนือ ไก่เดือยทอง ในครึ่งบนของตารางแล้ว โดยคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงเพียง 5 แต้มเท่านั้น

    มันเป็นจุดเปลี่ยนอย่างน่าทึ่งในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ และ อาร์เตต้า ก็หวังว่าตอนนี้ทีมของเขาได้ยกฝันร้ายจากความพ่ายแพ้ทั้ง 3 เกมแรกทิ้งไปแล้ว

    ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของผลการแข่งขันเท่านั้น แต่มันยังทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ของทั้ง อาร์เซน่อล และ อาร์เตต้า ด้วย

    นายใหญ่ชาวสเปนได้รับแรงกดดันมหาศาลในฤดูกาลนี้ และในขณะที่ชัยชนะเหนือ นอริช และ เบิร์นลี่ย์ ได้ทำให้เรื่องนี้ผ่อนคลายลงไปบ้าง แต่เขาก็ยังต้องการบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้ผู้คนเลิกสงสัยในทีมของเขาเสียที

    และนั่นไม่มีอะไรจะทำได้มากไปกว่าชัยชนะที่น่าทึ่งในเกมนอร์ทลอนดอนดาร์บี้อีกแล้ว

    สำหรับ 45 นาทีที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม นั้น อาร์เซน่อล อาละวาดได้อย่างสบายใจ พวกเขาไล่บี้ สเปอร์ส ได้อย่างอยู่หมัด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเหตุใด อาร์เตต้า จึงเชื่อมั่นในทีมดาวรุ่งของเขาว่ากำลังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง

    อายุเฉลี่ย 11 ตัวจริงของ เดอะ กันเนอร์ส คือ 24 ปี โดยมีเพียง ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมย็อง แค่คนเดียวที่เป็นผู้เล่นอายุเกิน 30 ปี

    พลังงานที่สดใหม่เหล่านั้นได้พิสูจน์แล้วว่าเร่าร้อนเกินกว่าที่ สเปอร์ส จะรับมือได้

    พวกเขาเหมือนติดปีกด้วยการขึ้นนำหลังผ่านไปเพียง 12 นาที โดยได้ประตูจากเด็กที่ส่งตรงออกจาก เฮล เอนด์ อะคาเดมี่ ของสโมสร

    กรานิต ชาคา กลับมาอยู่ในทีมหลังจากพ้นโทษแบน ขณะที่ มาร์ติน โอเดการ์ด ก็ปั้นเกมโดยปล่อยให้ บูคาโย่ ซาก้า วาดลวดลายอยู่ทางขวา

    ดาวเตะทีมชาติอังกฤษปั่นป่วนไปทั่วในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายให้ เอมิล สมิธ โรว์ พังประตูแรกของตัวเองในลีกซีซั่นนี้ได้สำเร็จ

    มันเป็นการออกสตาร์ทที่เหมือนฝันของ ปืนใหญ่ และทุกอย่างก็ดีขึ้นกว่าเดิมในนาทีที่ 27 เมื่อ โอบาเมย็อง จบสกอร์ให้ทีมนำเพิ่มเป็นสองลูก

    เพียงแค่ 6 นาทีถัดมา สกอร์ก็มาเปลี่ยนเป็น 3-0 ซึ่งคราวนี้เป็นทีของ ซาก้า

    มันอาจมีโชคอยู่บ้าง เพราะบอลที่ แฮร์รี่ เคน ซึ่งลงมาช่วยเกมรับพยายามสกัดดันกลายเป็นมาเข้าทาง ซาก้า แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นการออกสตาร์ทเกมที่สุดโดดเด่นของ อาร์เซน่อล

    ถึงตรงนี้ ปาร์ตี้ในเอมิเรตส์ก็เกิดขึ้นแล้ว

    นี่เป็นจุดที่อยู่ห่างไกลมากจากการที่พวกเขาแพ้ต่อ เบรนท์ฟอร์ด, เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ระหว่าง 3 นัดแรกของซีซั่นนี้

    ในครึ่งหลังความตื่นเต้นของ ปืนใหญ่ อาจะลดน้อยลงจน ไก่เดือยทอง ได้ประตูตีไข่แตกจาก ซน ฮึง-มิน ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย แต่จากนั้นเกมก็จบลง

    สำหรับ อาร์เซน่อล สิ่งสำคัญในตอนนี้ก็คือพวกเขาต้องต่อยอดทุกอย่างจากสิ่งเหล่านี้ให้ได้

    ตอนนี้พวกเขาคว้าชัยมา 4 นัดติดต่อกันแล้วในทุกถ้วย และตามหลังทีมกลุ่มท็อปโฟร์เพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น

    หลังจากต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติในช่วง 2 สัปดาห์ก่อน ตอนนี้ เดอะ กันเนอร์ส เหมือนว่ากลับมาเกิดใหม่แล้ว

    นอกจากนี้ ก็ยังมีความสดใหม่จากนักเตะที่เซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์อย่าง อารอน แรมส์เดล, เบน ไวท์ และ ทาเคฮิโระ โทมิยาสึ โดยทั้งหมดกลายเป็นโฉมใหม่ในเกมรับ

    ส่วน โธมัส ปาร์เตย์ ก็กลับมาจากอาการบาดเจ็บแล้ว และดูแข็งแกร่งเหมือนเป็นคนเดิมนับตั้งแต่ย้ายมาจาก แอต. มาดริด เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว และ โอเดการ์ด ก็เป็นตัวปั้นเกมในพื้นที่สุดท้าย

    ขณะที่ อัลเบิร์ต แซมบี้ โลคองก้า และ นูโน่ ตาวาเรส ก็ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง นั่นหมายความว่าแข้งใหม่ที่มาถึงในช่วงซัมเมอร์ทั้ง 6 คนของ ปืนใหญ่ ต่างมีส่วนร่วมในเกมนี้

    นี่เป็นโปรเจ็คท์ระยะยาวของ อาร์เซน่อล และตอนนี้เรากำลังเห็นสัญญาณแรกของสิ่งเหล่านั้นแล้ว

    โอเคว่าหนทางยังอีกยาวไกล และไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะยังมีปัญหาเข้ามาอีกมากมาย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเขามีทิศทางที่ชัดเจนแล้ว

    เหล่าแข้งใหม่ได้เติมเต็มชีวิตใหม่ให้กับทีมๆ นี้ ขณะที่ สมิธ โรว์ และ ซาก้า ก็ยังเดินหน้าพัฒนาแบบไม่มีหยุด

    ฤดูกาลอันแสนโกลาหนวุ่นวายเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนั้นดูเหมือนว่าแตกต่างไปจากเดิมมาก

    รึว่าจากนี้ไปเราจะได้เห็น ปืนใหญ่ ของจริงแล้ว

    พาสต้า


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com