ซาล่าห์-มาเน่ ลุ้นยึดตำแหน่งดาวยิงสูงสุดจากกาฬทวีปแห่งศึก พรีเมียร์ลีกอังกฤษ – FEATURE

ยังคงความเป็นหนึ่งในกองหน้าระดับหัวแถวของศึกพรีเมียร์ลีกเอาไว้ได้เหมือนเดิม สำหรับ โมฮาเม็ด ซาล่าห์ ดาวเตะทีมชาติอิยิปต์ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ซึ่งได้อยู่ปักหลักโชว์ความเป็น "เพชฌฆาต" ในลีกลูกหนังเมืองผู้ดีจากการล่าตาข่ายได้แบบเป็นกอบเป็นกำมานานหลายฤดูกาลแล้ว โดยตอนนี้ยิงไปได้มากถึง 101 ลูกเลยด้วย และได้จารึกชื่อเป็น 1 ใน 30 นักเตะที่สามารถยิงประตูในเกมลีกสูงสุดของอังกฤษจากการลงเล่นให้กับ 2 สโมสรได้ถึง 100 ลูกจากการลงสนามไปทั้งหมด 162 เกม นับจนถึงลูกยิงเบิกร่องนัดที่บุกไปถล่ม "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อคืนวันที่ 12 กันยายนปี 2021 ได้แบบขาดลอยถึง 3-0 เลยทีเดียว

นอกจากนี้ดาวเตะวัย 29 ปียังได้จารึกชื่อเป็นนักที่เตะที่สอยตาข่ายในศึกพรีเมียร์ลีกครบ 100 ประตูได้เร็วที่สุดเป็นอันดับ 5 ถ้าวัดจากจำนวนเกมที่ลงสนาม โดยเป็นรองเหล่าตำนานกองหน้าของเกมลีกลูกหนังเมืองผู้ดีเพียงแค่ 4 รายเท่านั้น ไล่ตั้งแต่ อันดับ 4 เธี่ยร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยิงได้ครบ 100 ลูกจากการลงเล่น 160 เกม ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เซร์คิโอ อเกโร่ ตำนานกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงได้ครบ 100 ลูกจากการลงเล่น 147 เกม ขณะที่อันดับ 2 เป็นของ แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษของ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ยิงได้ครบ 100 ลูกจากการลงเล่น 141 เกม และอันดับ 1 นั่นก็คือ "ฮอตชอต" อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษของ แบล็คเบิร์น และ นิวคาสเซิ่ล ยิงได้ครบ 100 ลูกจากการลงเล่น 124 เกม

แม้จะเคยประสบความล้มเหลวจากการโชว์ฝีเท้าในศึกพรีเมียร์ลีกมาก่อน เมื่อตอนสมัยที่ย้ายมาโชว์ฝีเท้าในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเป็นครั้งแรกกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในช่วงระหว่างปี 2014-2016 เพราะว่าตอนนั้นไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนามเสียเท่าไรนัก จึงฝากผลงานยิงได้เพียง 2 ประตูจากการลงสนามไปทั้งหมด 13 เกม แต่สามารถพิสูจน์ตัวเองในวงการลูกหนังโลกได้สำเร็จ หลังตัดสินใจย้ายไปสอยตาข่ายในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ให้กับ ฟิออเรนติน่า และ โรม่า ในช่วงระหว่างปี 2015-2017 ได้แบบเป็นกอบเป็นกำ

ทำให้ ลิเวอร์พูล ยอมจ่ายเงินลงทุนดึงมาจาก โรม่า เพื่อให้ย้ายกลับมาค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในปี 2017 ด้วยค่าตัว 36.5 ล้านปอนด์ และสามารถยิงประตูได้แบบต่อเนื่องเลยด้วย โดยมีรางวัล "รองเท้าทองคำ" ในฐานะดาวยิงสูงสุดของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีถึง 2 สมัยติดต่อกันในฤดูกาล 2017/2018 และฤดูกาล 2018/2019 เป็นเครื่องการันตีฝีเท้าได้เป็นอย่างดีเลย หากนับจนถึงผลงานจากการลูกยิงเบิกร่องเกมที่บุกไปถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด 3-0 เท่ากับว่า ซาลาห์ ได้สอยตาข่ายให้ "หงส์แดง" ในเกมลีกลูกหนังอังกฤษไปได้แล้วถึง 98 ลูกจากการลงสนาม 149 เกมในช่วงตลอด 5 ซีซั่นที่ผ่านมา

ด้วยเหตุนี้ ซาล่าห์ จึงพร้อมสถาปนาตัวเองเป็นนักเตะจากทวีปแอฟริกาที่ยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดไปเลย โดย ดิดิเยร์ ดร็อกบา ตำนานกองหน้าทีมชาติไอวอรี่โคสต์ได้ถือครองสถิติเป็นนักเตะจากดินแดนกาฬทวีปที่สอยตาข่ายในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีได้มากที่สุดนับจนถึงช่วงก่อนเริ่มฤดูกาล 2021/2022 ได้ทั้งหมด 104 ประตูจากการลงสนามให้กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทั้ง 2 รอบในช่วงระหว่างปี 2004-2012 และในฤดูกาล 2014/2015 ไปทั้งหมด 254 เกม

ทว่า ซาล่าห์ จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่พร้อมแย่งชิงความเป็น "เบอร์หนึ่ง" ในฐานะนักเตะจากทวีปแอฟริกาที่ยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่คนอื่นคนไกลเสียด้วย เพราะเป็นเพื่อนร่วมทีมต้นสังกัดเดียวกัน นั่นก็คือ ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัลของ ลิเวอร์พูล นั่นเอง ถ้านับจนถึงประตูที่ยิงในนนัดเปิดบ้านไล่ต้อน คริสตัล พาเลซ 3-0 เท่ากับว่าดาวเตะวัย 29 ปีสอยตาข่ายในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีจากการค้าแข้งให้กับ 2 สโมสรไปได้แล้วถึง 98 ประตูจากการลงสนามไปทั้งหมด 132 เกม โดยแบ่งออกเป็น 21 ประตูเมื่อตอนสมัยที่ยังอยู่กับ เซาแธมป์ตัน ในช่วงระหว่างปี 2014-2016 และซัลโวให้กับ "หงส์แดง" จนถึงลูกยิงดังกล่าวไปได้แล้วทั้งหมด 77 ประตู แต่ว่าผ่านการลงเล่นในเกมลีกลูกหนังของอังกฤษมากกว่า 200 นัดเลยทีเดียว

ทำให้ 2 คู่ในแนวรุกของ "หงส์แดง" เตรียมก้าวเท้าขึ้นไปยึดบัลลังก์นักเตะจากทวีปแอฟริกาที่ยิงประตูในศึกพรีเมียร์ลีกได้มากที่สุดไปเลย แต่อยู่ที่ว่าในท้ายที่สุดแล้วจะเป็นชื่อของใครกันแน่ ระหว่าง ซาล่าห์ หรือ มาเน่ ซึ่งต้องเดินหน้ายิงประตูกันต่อไป ตราบใดที่ยังอยู่ค้าแข้งในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีแบบไม่คิดย้ายไปโชว์ฝีเท้าที่อื่นเสียก่อน


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/feature-salah-mane-will-be-the-african-most-scorer-player-in-premier-league