5 ยักษ์ ยุโรป ที่ฟอร์มรูดกราวในฤดูกาลนี้ – FEATURE

นี่คงเป็นฤดูกาลที่แปลกประหลาดอย่างยิ่งสำหรับแฟนๆฟุตบอล เพราะนอกจากที่เราจะได้เห็น ลิโอเนล เมสซี และ คริสเตียโน โรนัลโด้ ย้ายทีมในตลาดซื้อขายเดียวกันแล้ว เหล่ามหาอำนาจของลูกหนัง ยุโรป หลายทีมเองก็กำลังประสบปัญหาอันเนื่องมาจากฟอร์มการเล่นของตัวเองจนตกลงมาอยู่ในจุดที่ไม่คุ้นชินตาสำหรับเราๆกันเฉกเช่นในปัจจุบันนี้เรามาดูกันว่าแต่ละทีมเป็นอย่างไรกันบ้าง แล้วพวกเขามีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่จะฟื้นตัวจากวิกฤตที่เผชิญอยู่นี้

จากทีมที่เคยคว้าแชมป์ เซเรีย อา ติดต่อกันหลายสมัย ก่อนจะมาเสียตำแหน่งไปให้กับ อินเตอร์ เมื่อฤดูกาลก่อนหน้ายูเวนตุส ในตอนนี้ที่แม้จะได้ อัลเลกรี กลับมา เพิ่งจะเก็บชัยชนะนัดแรกของตัวเองในลีกได้กับ สเปเซีย เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง พวกเขารั้งอยู่อันดับ 12 ในตารางคะแนน และฟอร์มการเล่นที่ไม่เอาอ่าวนี้ก็ยากที่จะคาดเดาเลยว่าเมื่อจบฤดูกาลแล้วพวกเขาจะอยู่อันดับที่เท่าไหร่

แม้จะเคลียร์ปัญหาทางการเงินไปได้แล้ว แต่สภาพทีมของพวกเขาจัดว่าดูไม่ได้เลยทีเดียวตอนนี้ บาร์เซโลนา อยู่อันดับ 7 ในตารางคะแนน จากการชนะ 2 เสมอ 3 และยังไม่แพ้แม้แต่เกมเดียว – ซึ่งหากดูแค่นั้นก็คงคิดว่าสถานการณ์ของพวกเขาคงจะไม่แย่นักแต่เปล่าเลย เพราะถ้าดูลึกไปถึงรายชื่อผู้เล่นในทีมและแทคติกที่ โรนัลด์ คูมันน์ เลือกใช้ หลายๆคนคงแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาว่านี่คือหนึ่งในทีมมหาอำนาจที่คว้าแชมป์เป็นว่าเล่นจากการฟุตบอลที่สวยงามเนียนตาในช่วงก่อนหน้านี้ทั้งจากการผ่านบอลแบบติกิตากามาสู่การเล่นบอลแบบไดเรคท์ ไปจนถึงการที่เคยมี เมสซี และ ซัวเรซ คอยถล่มตาข่ายสู่การต้องใช้ ลุค เดอ ยอง หัวหอกเจ้าของผลงาน 4 ประตูในฤดูกาลที่แล้วกับ เซบีญา มาผนึกกำลังกับ เคราร์ด ปิเก้ ในแดนหน้าแทน

จริงอยู่ที่ อาร์เซนอล แสดงให้เห็นถึงการถดถอยมาพักใหญ่ๆแล้ว แต่ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะออกสตาร์ทได้แย่ขนาดนี้และกลายเป็นทีมกลางตารางอย่างสมบูรณ์แบบแล้วพวกเขาแพ้รวดทั้งสามเกมแรกของฤดูกาลและแม้จะใช้เงินเสริมทัพมากที่สุดในลีก แต่กลับไม่มีใครที่ดูแล้วจะสามารถช่วยดึงพวกเขาขึ้นมาจากสถานการณ์อันย่ำแย่นี้ได้เลยแม้แต่คนเดียว

พวกเขาต้องเสียทั้งผู้จัดการทีม (นาเกลส์มันน์) เซ็นเตอร์แบ็คตัวหลักสองคน (โคนาเต้ และ อูปาเมกาโน) และ กัปตันทีม (มาร์เซล ซาบิตเซอร์) ไปในตลาดซื้อขายเดียวกัน และรั้งอยู่อันดับ 12 จากการชนะเพียงเกมเดียวจาก 5 นัดแรกของ บุนเดสลีกาแม้ฟอร์มการเล่นของพวกเขาภายใต้กุนซือคนใหม่ เจสซี มาร์ช จะไม่ได้แย่นัก แต่ก็คงต้องยอมรับว่าอาจจะต้องใช้เวลากอบกู้สถาการณ์อีกพักใหญ่เลย กว่าจะกลับไปขับเคี่ยวแชมป์กับ บาเยิร์น มิวยิค ดังเช่นในฤดูกาลที่ผ่านมา

จากม้ามืดที่แซงไปคว้าแชมป์ ลีกเอิง อย่างเหนือความคาดหมายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ลีลล์ ทีมแตกต้องเสียทั้งผู้จัดการทีม, กองกลางคนสำคัญ และนายประตูมือหนึ่งไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้พวกเขาแพ้ไปแล้วถึง 3 นัดจาก 7 เกมแรก ในขณะที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เก็บได้ 21 แต้มเต็ม ทิ้งห่างพวกเขาชนิดที่ว่าไม่เห็นฝุ่นเลย


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/5-fallen-giant-this-season-25-sep