หลังเสมอกับ กรานาด้า ในบ้านตัวเองด้วยสไตล์การเล่นที่แฟนๆยอมรับกันไม่ได้ เก้าอี้ของ โรนัลด์ คูมัน กำลังร้อนฉ่าทะลุปรอท การไล่ออกคือทางแก้ปัญหาใช่หรือไม่ ?

เป้าหมายหลังพ่ายยับต่อ บาเยิร์น มิวนิค คือกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ แต่ บาร์เซโลน่า กลับทำให้แฟนๆผิดหวังซ้ำด้วยการเสมอ กรานาด้า 1-1 ในบ้านตัวเอง


ไม่ชนะในเกมที่ต้องชนะ ไม่ชนะคู่ต่อสู้ที่อ่อนชั้นกว่าผู้ซึ่งยังไม่ชนะใครเลยใน ลา ลีกา…นั่นก็ว่าแย่แล้ว ซ้ำรูปแบบการเล่นของ บาร์ซ่า ยังสร้างความผิดหวังให้แฟนๆมากเข้าไปอีก 



เกม แชมเปี้ยนส์ลีก กับ บาเยิร์น โรนัลด์ คูมัน เลือกระบบ 3-5-2 ซึ่งถูกวิจารณ์ว่านั่นไม่ใช่ธรรมชาติของ บาร์เซโลน่า มาในเกมกับ กรานาด้า กุนซือดัตช์กลับมาใช้ 4-3-3 อย่างที่ทุกฝ่ายเรียกร้อง แต่กลายเป็นว่าบอลเข้าทำของทีมส่วนใหญ่มาจากการบอมบ์จากทางด้านข้าง



54 ครั้ง คือจำนวนที่ บาร์เซโลน่า ครอสบอลเข้าใส่ กรานาด้า 



นี่อาจเป็นสิ่งที่แฟนบอลบาร์ซ่าไม่เคยเห็นมาสัก 30 ปีได้แล้วละมั้ง แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว 


โรนัลด์ คูมัน อธิบายกับทุกคนที่อยากดูทีมเล่นแบบ ตีกิ-ตากะ แต่กลับได้เห็นแต่บอลลอยโด่งไปมาในกรอบเขตโทษของ กรานาด้า ซึ่งมีผู้เล่นทั้งสองทีมเข้าไปยืนกันแน่นขนัดว่า 


“ผมจะเล่นตีกิ-ตากะ ได้ยังไงถ้ามันไม่มีพื้นที่ว่างตรงกลาง มันมีแค่ทางด้านข้างเท่านั้นที่เราเล่นได้ , คุณลองดูรายชื่อนักเตะสิ ผมไม่มีนักเตะที่ถนัดการเล่นแบบตัวต่อตัว หรือนักเตะที่มีความเร็วเลย” 


“บาร์เซโลน่า ทุกวันนี้ไม่ใช่ บาร์เซโลน่า เมื่อ 8 ปีก่อน” คูมัน ย้ำระหว่างสัมภาษณ์หลังจบเกม 



ในสนามเราเห็นไลน์อัพ 11 คนแรกที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 24.3 ปี ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ ขณะที่แผงกองหลังซึ่งประกอบด้วย เซอร์จินโญ่ เดรสต์, เอริก การ์เซีย,โรนัลด์ อาเราโฮ,อเลฆานโดร บัลเด้ มีอายุเฉลี่ยเพียง 19 ปีกับ 9 เดือนเท่านั้น (ส่งเล่น ทัวร์นาเมนท์ ยู-20 ได้สบาย) 


นอกจากนี้ ทั้งทีมที่ส่งลงสนามไปชุดแรก มีนักเตะอายุเกิน 30 เพียงคนเดียวคือ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ 



ตรงนี้ คูมัน กำลังบอกอะไรเรา ? 



คูมันกำลังบอกว่านี่คือทั้งหมดที่เขามี ซึ่งภาพที่ปรากฏต่อหน้าคือ บาร์เซโลน่า ชุดที่อ่อนด้อยที่สุดชุดนึงเท่าที่เคยเห็นมา นักเตะแกนหลักเกือบทุกคนกำลังอยู่ในช่วงขาลง ฝีเท้าถดถอย ใกล้แขวนสตั๊ต


ส่วนนักเตะที่เป็นตัวความหวังกำลังรักษาอาการบาดเจ็บ บางรายเรื้อสนามไปนานถึง 1 ปี ส่วนนักเตะที่เหลืออยู่คือกลุ่มดาวรุ่งที่ยังขาดอะไรหลายต่อหลายอย่างในการเล่นระดับสูง ซึ่งลำพังความกล้าหาญ การเลี้ยงตะลุยแบบไม่กลัว อาจเรียกเสียงปรบมือได้ แต่เอาเข้าจริงมันไม่พอที่จะช่วยให้สถานการณ์ทีมดีขึ้น 



กับ กรานาด้า ผมเห็น คูมัน ซึ่งเต็มไปด้วยความกดดัน กำลังแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดดิ้นรนอย่างหนักเพื่อคว้าชัยชนะ 


เขารู้แก่ใจว่าชัยชนะสำคัญต่อทีมและอนาคตของเขามากแค่ไหน เขาจึงพยายามคว้ามันโดยไม่สนวิธีการ เขาต้องการชนะเสียจนโยนสไตล์กับปรัชญาของสโมสรทิ้งลงคลอง 


เมื่อเอ่ยถึง บาร์เซโลน่า คุณย่อมนึกถึงการต่อบอลที่สวยงาม เทคนิคการเล่นชั้นเลิศของนักเตะ เล่นอย่างกล้าหาญ เล่นอย่างชาญฉลาด และชนะอย่างมีสไตล์ 


โทษของ คูมัน จากเกมเสมอ กรานาด้า อาจเบากว่านี้หากยังคงไว้ซึ่งสไตล์การเล่นตามแบบฉบับของ บาร์เซโลน่า แต่ดูเหมือนเมื่อคืนวันจันทร์เขาเลือกที่จะเดิมพันกับผลการแข่งขันมากกว่า และเมื่อไม่เป็นอย่างที่หวัง เขาจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ส่มเสี่ยงต่อการเสียงานของตัวเอง 



เวลานี้เริ่มสัญญาณออกมาแล้วว่าบอร์ดบริหารกำลังครุ่นคิดหาวิธีแก้ปัญหา ซึ่งวิธีที่คลาสสิคที่สุดก็คือการไล่เทรนเนอร์คนเดิมออก 


คาดกันว่า คูมัน จะได้ทำหน้าที่คุมทีมในเกมกับ กาดิซ,เลบันเต้,เบนฟิก้า และรวมถึงกับ แอต.มาดริด ค่อนข้างแน่ แต่หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงพักเบรกโปรแกรมทีมชาติ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้


มีการพูดถึงชื่อของ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ อีกครั้ง แต่ก็ไม่ง่ายที่จะดึงกุนซือทีมชาติเบลเยี่ยมมาทำงานที่ คัมป์ นู เพราะเจ้าตัวดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ 



          นอกจาก มาร์ติเนซ แล้ว ยังมีการพูดถึง อันเดรีย ปีร์โล่ กับ โยอัคคิม เลิฟ อีกด้วย รวมไปถึง เซร์จี้ บาร์ฆวน อดีตแบ็กจอมบุกของทีมซึ่งปัจจุบัน ลาปอร์ต้า แต่งตั้งให้คุมทีมชุด เบ อยู่  


เวลานี้อนาคตของ คูมัน กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย หากยังไม่มีอะไรดีขึ้น เขาคงอยู่ในตำแหน่งไม่ถึงช่วงพักเบรกคริสมาสต์ 


ความผิดพลาดของ คูมัน มีมากมาย การไล่เขาออกจากตำแหน่งคงไม่มีใครคัดค้าน แต่คำถามสำคัญที่ต้องแน่ใจก่อนตัดสินใจก็คือการปลดเขาออกจากตำแหน่ง เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุจริงๆหรือ ?


บาร์เซโลน่า มีปัญหาแค่นี้จริงๆหรือ ? ทุกคนมองเห็นปัญหาทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่ ? 



เจมส์ ลา ลีกา 



ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com