“Squad Depth” ของวิลล่า VS “Squad Harmony” ของปีศาจแดง


แอสตันวิลล่าในปีนี้แข็งแกร่งสุดๆจาก Squad Depth อันน่ากลัวของขุมกำลังเชิงลึก และพวกเขาคือคู่ต่อสู้รายต่อไปในวีคหน้าที่ยูไนเต็ดต้องรับมือให้ได้ ด้วยแทคติกที่ดี และ "Squad Harmony" อันแข็งแกร่ง

หลายคนอาจจะมีความสงสัยว่า
มีอะไรเกิดขึ้น ผมจึงต้องมาเขียนถึง “Aston Villa” เช่นนี้
เพราะจริงๆแล้วประเด็นนี้ “เกี่ยวข้องกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” แบบเต็มๆ
เนื่องจากว่า แอสตัน วิลล่า คือทีมในพรีเมียร์ลีกทีมต่อจากเวสต์แฮม
ที่เราจะต้องเปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับวิลล่าในวันเสาร์หน้า (25 กันยายน)
เป็นคู่แรกเวลา 18.30 น.

ดังนั้นการเล่นของวิลล่าในวันนี้
ถือเป็นสิ่งที่ผมจำเป็นต้องมานั่งScoutทีมพวกนี้ให้แฟนผีดูกันล่วงหน้า
รวมถึง Loan Watch ตามเช็คฟอร์มของน้องๆนักเตะเราที่ปล่อยยืมออกมา อย่าง “Axel Tuanzebe” ที่เป็นเซ็นเตอร์แบ็คตัวจริงของที่นี่

ดูเหมือนว่าเกมจะไม่มีอะไร
จบครึ่งแรกเสมอ 0-0 ผู้เขียนก็กะว่าเปิดดูเพลินๆเป็นคู่ดึกนั่นแหละ
แต่สิ่งที่ได้เห็นในครึ่งหลัง ผมบอกเลยว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมาก
แอสตันวิลล่าเล่นในครึ่งหลังได้โคตรสะใจ
และเห็นแล้วดีใจแทนแฟนบอลทีมแอสตันวิลล่า ที่สนามวิลล่า พาร์ค ในวันนี้เลย

(ไม่รู้ว่าน้าจะได้ดูรึเปล่านะครับ แต่วันนี้ Aston Villa ของน้าเหลือมของผม Nanake555
ทีมที่น้า “เลือกเชียร์” เล่นกันโคตรมันส์เลยนะครับ บอกเลย หวังว่าน้าจะได้ดูนะ เห็นปิดไลฟ์ไปแล้ว คงทันดู)

อย่างที่เคยนำเสนอมาก่อนหน้านี้
ถึงเรื่องการเสริมทีมของแอสตันวิลล่าในปีนี้ว่าได้แต่ตัวโหดๆเข้ามาเต็มทีม
จนทำให้ “Squad Depth” ของพวกเขาแกร่งทั่วแผ่นสุดๆ

หลังจากขาย
แจ็ค กรีลิช ออกไป ได้เงิน 100ล้านปอนด์มา
พวกเขาก็ซื้อตัวดีๆเข้ามาเสริมทีมเพียบ ไม่ว่าจะเป็น Emi Buendia, Danny
Ings, เซ็นฟรีตัวเก๋าอย่าง Ashley Young, จ่ายค่ายืมตัว Axel Tuanzebe
น้องเราไปใช้งาน

และดีลที่น่าสนใจที่สุดของ “Leon Bailey” (ลีออน เบย์ลี)

เมื่อนำนักเตะพวกนี้ไปรวมกับของดีๆเก่าๆทั้งหลาย
อย่าง ไทโรน มิงส์ / คอนซ่า / แม็ตตี้ แคช / เบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ /
โอลลี่ วัตกินส์ / เอล กาซี / ดักลาส ลุยซ์ / แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ /
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ฯลฯ

อย่างที่เขียนไป
แอสตันวิลล่า เป็นทีมที่มี Squad Depth หรือ “คุณภาพเชิงลึก” สูงมากๆ
เพราะตัวเปลี่ยนลงมา คุณภาพแทบไม่ต่างกันเลย
มีแต่นักเตะดีๆลงมาเล่นแทนกันได้ตลอด
ทำให้มาตรฐานการเล่นคงที่และทดแทนกันได้เป็นอย่างดี

วิลล่าขายกรีลิชไปคนเดียว
ได้ตัวรุกคุณภาพดีเข้ามาแทนสามตัว อย่าง แดนนี่ อิงส์, ลีออน เบย์ลีย์ และ
เอมี่ บูเอนเดีย เป็นสุดยอดดีลที่ถือว่าคุ้มมากๆแล้ว
แถมดีไม่ดีจะทำให้วิลล่า “เสถียร” และ “แข็งแกร่ง” กว่าเดิมซะด้วยซ้ำ

อย่างที่ผู้เขียนตามดูและเขียนคอลัมน์มาตลอดซีซั่นว่า
วิลล่ามันเป็นทีมจอมบุกเหมือนเรา เล่นบอลรวดเร็ว บอลฉาบฉวย บอลบุก
เหมือนเราเป๊ะ แล้วดูพี่แกเสริมทีมปีนี้ดิครับ
แผงแนวรุกมีแต่ตัวดีๆที่ทดแทนกันได้ทั้งนั้น
แล้วแอเรียอื่นๆก็แน่นเอี้ยดเต็มทีม ตัวrotation เต็มไปหมดทุกตำแหน่ง

“โอ้โห แหม่ นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะครับเนี่ย!!!!” ใครบางคนคงอยากจะกล่าวแบบนี้

ซึ่งความเสถียรดังกล่าว
มันตามมาด้วย “ออฟชั่น” การเลือกจัดทีมที่สามารถปรับ Formation
และแทคติกการเล่นได้อย่างอิสระมากๆด้วยนักเตะที่มีอยู่เต็มมือ
ไม่ว่าจะแผนแบ็คโฟร์

หรือ”แผนหลังสาม” ในทรง 5-3-2 (หรือ 3-5-2 ตอนบุก) ก็สามารถจัดได้เช่นกัน และดีน สมิธก็ทำแบบนั้น ตามแผนข้างล่างนี้

ในเกมที่แอสตัน
วิลล่าถล่มเอฟเวอร์ตันไป 3-0 นี้ แผนการเล่นของวิลล่ามาในสูตรหลังสาม
ด้วยระบบ 3-5-2 (บนหน้ากระดาษอาจจะเขียนว่า 5-3-2
แต่จริงๆการเล่นในสนามมันก็แทบเป็นแผนเดียวกันนั่นแหละ)
ซึ่งการโหมบุกของวิลล่า ทรงมันจึงเป็น 3-5-2 อยู่แล้ว

หลายคนที่สงสัยว่า
ได้แดนนี่ อิงส์มา จะทำยังไงกับ โอลลี่ วัตกินส์ ที่ฟอร์มดีอยู่แล้ว
จะดรอปก็เสียดาย .. นี่ไงครับ แผน “หน้าคู่” ถูกเอามาใช้งาน
พร้อมกับระบบวิงแบ็ค
และกองหลังเซ็นเตอร์เก่งๆปริมาณมากในทีมที่มาเซ็ตการยืนเป็นหลังสาม

โดยที่กองกลางอาจจะจุดที่ดูเหมือนจะเด่นน้อยกว่าแอเรียอื่น
อาจไม่มีนักเตะชื่อดังในแผงมิดฟิลด์ แต่คุณภาพของนักเตะตัวเก่งแต่
underrated อย่าง “ดักลาส ลุยซ์” ก็เอากลางอยู่ได้สบายๆ

ตัวนี้ก็น่าซื้อมาเล่นกลาง บราซิลซะด้วยสิ!

ทำเกมร่วมกับ
จอห์น แม็คกินน์ และก็ เจค็อบ แรมซีย์ ช่วยกันอัดแดนกลางแน่นๆกันสามคน
ทำให้พื้นที่ตรงกลาง แทบจะเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของแอสตัน วิลล่า
ที่เจาะผ่านไม่ได้ง่ายๆอย่างที่คิด
แม้จะไม่มีมิดฟิลด์ชื่อเสียงเทพๆเลยสักคนเดียวในทีม

(ดักลาส
ลุยซ์ นี่วิลล่าได้มาจากซิตี้นะครับ 15ล้าน แล้วมี Buy-back Clause
ใส่ไว้ในสัญญาด้วย ซิตี้สามารถซื้อคืนได้ในราคา 25ล้านปอนด์
แต่ปีนี้เรือใบก็เลือกไม่ซื้อกลับ ดีกรีไม่ใช่ธรรมดานะครับตัวนี้)

การขาดนักเตะตัวสำคัญๆของเอฟเวอร์ตันไป4คน
อย่างริชาร์ลิซอน โคลแมน พิคฟอร์ด DCL และรวมถึง ฮาเมส
ที่ไม่มีชื่อในทีมของราฟาเอล เบนิเตซ
ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่วันนี้พวกเขามาแล้วสู้วิลล่าได้ยาก

แต่ทอฟฟี่สีน้ำเงินก็ยังยันสิงห์ผยองอยู่ได้จนจบครึ่งแรก 0 – 0 จากโอกาสยิง 7 ครั้งที่เข้ากรอบแค่ครั้งเดียวของวิลล่า


#ผลของSQD

หลังจากหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่เท่ากันอยู่ กลับลงมาอีกครั้งในครึ่งหลังเท่านั้นละครับ “ผลของการมี Squad Depth ที่แข็งแกร่ง” คือจุดเปลี่ยนที่สร้างความแตกต่างให้วันนี้ กลายเป็นเกมบุกถล่มแหลกของแอสตันวิลล่าไปเลย จนเก็บ3แต้มได้สำเร็จ

ดีน
สมิธ แก้เกมบุกให้หนักขึ้นด้วยการส่งตัวรุกอย่าง “ลีออน เบลีย์” ลงสนามมา
ซึ่งตามตำแหน่งเหมือนจะยืนเป็น วิงแบ็ค แทนตัวที่ถูกถอดออก อย่าง แม็ตต์
ทาร์เก็ตต์ ในนาทีที่61

เมื่อ
เบลีย์ลงมา การเล่นของเขามันคือ “ปีกซ้าย” ในลักษณะของ Left Winger
ที่ยืนในตำแหน่ง “LM” มากกว่าจะเล่นวิงแบ็ค และเติมเกมรุกขึ้นมาโดย “ปล่อย”
เกมรับด้านหลังทางซ้ายไปเลย ไม่ต้องมาพะวงเล่นแบบวิงแบ็คซ้าย
เพราะด้านหลังมี “LCB” อย่างมิงส์ ซ้อนอยู่แล้ว

นี่คือข้อดีและความยืดหยุ่นของสูตรหลังสามนะครับ
เหมือนได้ลดกองหลังลงตัวนึง(จากแผนแบ็คโฟร์)
แล้วเติมตัวรุกใส่เข้าไปในสูตรการเล่นได้สบายๆ
นี่เป็นข้อที่หลายๆคนอาจจะลืมนึกไป
และมองว่าแผนหลังสามคือทีมพวกเขี้ยวลากดินใช้เพื่อเน้นอุด เน้นป้องกัน

ไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไปครับ

และเมื่อเป็นเช่นนั้น
แอสตันวิลล่า ที่มีตัวรุกมากขึ้น
จึงบุกกระหน่ำใส่เอฟเวอร์ตันอย่างสุดมันส์ ทั้งๆที่เล่นแผนหลังสามนี่แหละ
และจะบอกเป็นครั้งที่ร้อยอีกสักหนึ่งดอกส์ว่า “การเล่นแผนหลังสาม ไม่ได้แปลว่าจะใช้เล่นเกมรับเสมอไป”

วิลล่าแสดงเรื่องดังกล่าวให้เห็นอีกครั้ง
และสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ดีน สมิธ ส่งนักเตะตัวสำรองที่คุณภาพโหดๆ
ลงมาเติมเกมบุกได้อย่างเข้าน้ำเข้าเนื้อจากการเปลี่ยนเอาตัวสำรองคุณภาพเยี่ยมลงมาเพิ่มเติม
และมันก็ส่งผลทำให้พวกเขาได้ประตูทันที เพียง5นาทีจากการเปลี่ยนตัว
เมื่อประตูขึ้นนำ 1-0 ของวิลล่า เป็นประตูที่ “สมบูรณ์แบบ”
ทั้งในเชิงฟุตบอล และในเชิงอารมณ์ร่วม

เมื่อพวกเขาต่อบอลกันขึ้นมาอย่างสวยงาม
บอลจากฝั่งขวาจ่ายเข้ากลางมาจนถึงดักลาส ลุยซ์ และพี่แกนี่แหละคือคน
“แอสซิสต์” ลูกนี้ด้วยการจิ้มบอลจังหวะเดียว ให้ “แม็ตตี้ แคช”
วิงแบ็คของพวกเขาที่วิ่งเติมขึ้นมาทางขวาอย่างบ้าคลั่ง
จนวิ่งแซงเบียดเอาชนะ “ลูก้า ดีญ” ไปแบบโคตรสวย

จากนั้นแคชตัดเข้าใน
แล้วซัดด้วยซ้ายเต็มข้อ (ทั้งๆที่ถนัดเท้าขวา) บอลตุงตาข่ายแบบ
ยิงโคตรมันส์จริงๆลูกนี้ เห็นแล้วคิดถึงเวลาดูไฮไลต์ในรายการ เจาะสนาม
เวลาบ่ายๆวันเสาร์อาทิตย์เลย กับน้ำเสียงของคุณอา ย.โย่ง เลยลูกนี้

เป็นการmixingด้วยกันของ
ทีมเวิร์ค + บอลเร็ว + วิงแบ็คเติมเกมรุก + ความสามารถเฉพาะตัว
ที่ประกอบกันเป็นสุดยอดประตูที่เยี่ยมที่สุดในวันนี้ของวิลล่า
พร้อมความสะใจของแฟนบอลแอสตันวิลล่า ทั้งสนามวิลล่า พาร์คในวันนี้
บรรยากาศโคตรสุด ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 65

ใส่ที่คาดผมแถมยิงได้ด้วย นึกว่าแจ็ค กรีลิช ยังอยู่!!

หลังจากนั้น
เทศกาลนองเลือดก็ตามมาที่คฤหาสน์แห่งความตายหลังนี้
เมื่อพวกเขาบวกอีกสองลูกภายในไม่ถึง10นาที โดยประตูที่สอง
ก็มาจากตัวสำรองอย่าง ลีออน เบลีย์ ที่เป็นคนเปิดเตะมุมเข้ามาได้อันตรายมาก
ซึ่งสุดท้ายแล้ว ตัวแจกประจำวันนี้อย่าง ลูก้า ดีญ ก็พลาดโหม่งเสยไม่เต็ม
ถากเข้าประตูตัวเองเป็น Own Goal ไปอีกลูกในนาที 68
หรือสามนาทีหลังจากลูกแรก

แอสตัน วิลล่านำเอฟเวอร์ตันไป 2 – 0 แล้ว

และยังดีใจกันไม่สุด
บอลได้ใจอย่างวิลล่าก็ยังบุกต่อเนื่อง นาที 74
จากลูกดีดสุดสวยมากๆของแดนนี่ อิงส์ ที่เป็นกองหน้าซีกขวา ลงต่ำไปเชื่อมเกม
และดีดบอลจังหวะเดียว หลุดขึ้นหน้ามา

มันกลายเป็นลูกแอสซิสต์ให้
ลีออน เบลีย์ สปีดเต็มกำลังเติมหลุดมาโล่งๆคนเดียวทางซ้าย
ใช้หัวแต่งบอลลงอย่างเนียนกริ๊บ แล้วกะจังหวะ
จากนั้นซัดด้วยซ้ายเต็มตีนด้วยลูกยิงสายพาวเวอร์ที่ฮาลฟวอลเล่ย์อัดแสกหน้าเบโกวิชแบบตรงๆเลย

ด้วยความเร็ว
ความแรงระดับนั้น กับการยิงด้วยซ้ายข้างถนัดที่เข้าข้อ
ทำให้ลูกนี้เกินความเร็วของมนุษย์จะรับทัน วิลล่านำ 3-0 แบบสุดมันส์
ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที!


การยิงรวดเดียวสามลูกจากโมเมนตัมฮึกเหิมของพวกเขา
กลายเป็นจุดตัดสินเกม และเป็นประตูปิดกล่องของวันนี้ไปเลย
ซึ่งเอาจริงๆแล้วอาจจะมีถึงประตู 4 เลยด้วยซ้ำ

แต่โชคร้ายที่กำลังบุกๆอยู่นั้น
ลีออน เบลีย์ ที่คึกจัดและสปีดทุกจังหวะ ก็เกิดอาการบาดเจ็บเองจนได้
และต้องออกไปอย่างน่าเสียดายสำหรับเกมนี้

ซึ่งคนที่ลงมาแทนตำแหน่ง
LWB ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไม่ใช่ยังโอม และไม่ใช่ยังบอยส์ แต่เป็น
“อาจารย์ยัง” (อ.ยัง)
อดีตนักเตะปีศาจแดงที่คุ้นเคยของพวกเรานี่เองที่หวนกลับมาพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง
และลงเล่นในตำแหน่งวิงแบ็คซ้ายให้วิลล่า ลงมาแทนเบลีย์ที่บาดเจ็บ
และเปลี่ยนตัวออกไป

ก่อนที่สุดท้าย
วิลล่าจะปิดเกมและเอาชนะเอฟเวอร์ตันไป 3-0
และเป็นการหยุดฟอร์มร้อนแรงของเอฟเวอร์ตันด้วย ที่ชนะมา3 เสมอ1
วันนี้พวกเขาแพ้แล้วเป็นเกมแรก และคะแนนหยุดอยู่ที่10แต้มเท่าแมนยูไนเต็ด
แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

ผลลัพธ์ในวันนี้สะท้อนให้เห็นว่า
ปัจจัยของการที่ทีมมี Squad Depth ที่ดีนั้น ส่งผลอย่างมากต่อผลการแข่งขัน
ในลีกที่มีการเล่นกันเข้มข้นและหนักหน่วงอย่างพรีเมียร์ลีก
ซึ่งตามมาด้วยอาการบาดเจ็บต่างๆ

วันนี้วิลล่าต้องเปลี่ยนตัวถึงหลายครั้ง แต่ทุกตัวที่ลงมาก็ช่วยรักษาระดับการเล่นของทีมได้คงที่อย่างมาก

แถมยังมีตัวเจ๋งๆอย่าง
เอมี่ บูเอนเดีย หรือ เอล กาซี ยังนั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง และไม่ต้องลงมาเล่นเกมนี้ด้วยซ้ำ คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า
คุณภาพเชิงลึกของวิลล่านั้นดีจริงๆ

ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องเจอในสัปดาห์หน้า กับการเปิดบ้านต้อนรับพวกเขา

..
จริงๆแล้ววันนี้ผมก็อยากดูฟอร์มของตวนเซเบ้ให้ชัดๆ ในการลงเล่นให้วิลล่า
แต่ด้วยการที่น้องถนัดการอ่าน ดักทาง เน้นความแน่นอน แอ็กเซล ตวนเซเบ้
จึงได้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คตัวกลาง
ที่ทำหน้าที่คุมพื้นที่สำคัญสุดท้ายหน้าผู้รักษาประตู
และเหมือนกึ่งๆสวีปเปอร์ที่จะยืนคุม position
ของแผงหลังเอาไว้ให้กับวิลล่าด้วย

ดังนั้นภาระเกมรับ
มันจึงไปเด่นที่คอนซ่า กับ ไทโรน มิงส์ ซะเยอะกว่าในการเข้าปะทะ
หรือสกัดบอล และที่สำคัญ วิลล่าเป็นฝ่ายได้บุกเยอะกว่าซะด้วยสิ
(เล่นในบ้านด้วย) เราเลยไม่ค่อยเห็นตวนเซเบ้เท่าไหร่

ส่วนเอฟเวอร์ตันบุกมาก็ยังไม่ค่อยได้ลุ้นมากนัก เปิดบอลเข้ามาก็ยังไม่อันตรายเท่าที่ควร

ฟอร์มของตวนเซเบ้อาจจะเห็นไม่ชัด
แต่จริงๆแล้วมันยอดเยี่ยมมากที่ได้ลงเป็นตัวจริง11คนแรกของที่นี่
และได้รับมอบหมายให้ยืนจุดสำคัญของทีม ในการควบคุมทรงร่างของDefensive Line
ทั้งแผงของแอสตัน วิลล่า

ส่วนประเด็นของ
“ลีออน เบลีย์” ถ้าใครยังจำกันได้ ใครที่ตามศาลาผีมาโดยตลอด
น่าจะคุ้นเคยกันดีว่า นี่คือ หนึ่งใน “ปีกขวา”
ตัวที่ผมรีวิวเอาไว้ในคอลัมน์บนเว็บนี้
และอยากได้เบลีย์มาเสริมทีมมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเล่นอยู่กับทีมห้างยา
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในปีก่อนๆ

เขาคือ
Inside Forward ที่เป็นปีกขวาเท้าซ้าย ตัดเข้าในที่เก่ง และพริ้วมากคนนึง
ซึ่งวิลล่าไปทำอีท่าไหนไม่รู้ ซื้อมาได้ในราคาโคตรดีมากๆที่ 30ล้านปอนด์
และฟอร์มการเล่นมันก็เป็นแบบที่เขียนนั่นแหละ

ในอดีต
ถ้าไม่ใช่ซานโช่ ขอเป็นเบลีย์นี่ก็ได้ที่จะซื้อเข้ามา แต่ทีมงานยูไนเต็ด
มองเป้าหมายการเสริมตัวด้วยนักเตะทีมชาติอังกฤษที่เขาวางแพลนในการสร้างทีมด้วยการเน้นนักเตะอังกฤษเป็นแกนอยู่แล้ว
ดังนั้นก็ไม่เป็นไร ก็แค่คลาดกันไปเท่านั้นเอง

ดังนั้นการวิเคราะห์นี้จึงเป็นเพียงแค่การยืนยันเท่านั้นว่า
แอสตัน วิลล่า ได้ของโคตรดีไปแล้ว และมีโอกาสสูงที่ ในอนาคต ลีออน เบย์ลี
อาจจะถูกนำมาขายต่อในหลัก 60-70 ล้านได้ด้วย ถ้าฟอร์มยังดีต่อเนื่อง
ซึ่งทีมที่อาจจะซื้อไป ก็อาจเป็นพวกทีมใหญ่ๆที่แข่งกะเราอยู่นี่แหละ
ไม่ลิเวอร์พูล ก็ สเปอร์ส อะไรพวกนี้ ผมว่าเดี๋ยวได้เห็นแน่ๆ
(ยิ่งทีมที่กำลังจะผลัดใบด้วย)

นี่แหละครับ ของดีที่ผมรีวิวไว้

ส่วนเรื่องเปรียบเทียบอะไรกับซานโช่เนี่ย
อย่าให้บทความนี้กลายเป็นการหยิบนักเตะตัวอื่นมาบ่นน้องทีมตัวเองนะ
ไม่ใช่เจตนาในการเขียนเลย อยากให้แฟนผีใจเย็นๆกันอีกนิดนึง
สำหรับฟอร์มของเจดอน ซานโช่ ซึ่งมันต้องปรับตัวเข้ากับทีมอยู่

เดี๋ยวเครื่องติด
ทุกอย่างลงล็อค มันจะไปได้ไกลแน่นอน ไม่ต้องห่วง รับประกันได้เลย
ดูคนไม่ผิดแน่ กลัวแฟนๆบางท่านจะคิดว่า เฮ้ย เราซื้อตัวมาผิดป่าวฟะ
เราต้องซื้อเบลีย์ อดาม่า หรือ แซงต์-แม็กซิแมงแทนรึเปล่า
เก่งกว่าแถมถูกกว่าด้วย (ฮา)

อันนี้ผู้เขียนยืนยันคำเดิม
และจะบอกสิ่งที่สำคัญให้ฟังว่า การซื้อซานโช่มา
มันไม่ใช่ดีลที่เป็นเพียงแค่การซื้อตัวรุกมาเล่นปีกให้กับทีมแค่เหตุผลเดียวนะครับ

อย่าลืมว่าการปั้นทีมสักหนึ่งทีม มันต้อง based on บนการสร้างทีมที่ทำให้นักเตะมีความกลมเกลียวกันอยู่ด้วย เพราะถ้าปั้นทีมที่ขาดความกลมเกลียว หรือความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การรวมใจกันในทีมก็จะเกิดขึ้นยาก

และสิ่งนี้คือ “บรรยากาศภายในทีม” หรือ “Squad Harmony” นั่นเอง

เป็นคำที่ผมไม่ค่อยได้หยิบมาเขียน
แต่จริงๆมันสำคัญระดับน้องๆ Squad Depth เลย ซึ่ง Squad Depth
เป็นคำที่ถูกทุกสื่อนำมาใช้กันบ่อยๆจนแฟนบอลเข้าใจกันดีหมดแล้ว

แต่ไม่มีใครเอ่ยถึง Squad Harmony (ความสัมพันธ์ในทีม หรือความสามัคคีในทีม) มากเท่าที่ควร ซึ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญมากไม่แพ้เหตุผลอื่น

การที่ทีมนำเอา
“ซานโช่” ซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักเตะหลักของเราอย่าง มาร์คัส
แรชฟอร์ด ที่สนิทกันยังกะพี่น้อง รวมกับ เจสซี่
ลินการ์ดอีกคนที่ซี้กันมากๆนั้น มันจะส่งผลต่อบรรยากาศในทีม
และความรู้สึกของนักเตะคนอื่นๆของทีมเราโดยตรง

เหมือนเวลาเราเตะบอลอะครับ
แล้วเราได้เพื่อนที่ซี้กับเรา มาเล่นอยู่ข้างเดียวกันกับเราในวันนั้น
มันแฮปปี้นะ และมันก็ส่งผลต่อการเล่นที่เราสนุกและรู้ใจกันด้วย
ใครที่เตะบอลกับกลุ่มเพื่อนกลุ่มใหญ่บ่อยๆจะเข้าใจเรื่องนี้ดีว่า “ทำไม”
การที่ทีมๆนึง จะซื้อนักเตะตัวนึง ซึ่ง “สนิท” กับPlayerบางคนในทีม
มันถึงได้สำคัญนัก

มันมีผลที่จะโน้มน้าว “การตัดสินใจ” ของนักเตะสำคัญคนนึงว่าเลือกจะต่อสัญญาหรือไม่ต่อกับสโมสรได้เลย

นักเตะอังกฤษอื่นๆในทีม
ทั้งตัวหลัก ทั้งดาวรุ่ง อย่าง แฮรี่ แมกไกวร์, ลุค ชอว์, ดีน
เฮนเดอร์สัน, ที่สำคัญ “เมสัน กรีนวู้ด”
นักเตะพวกนี้เป็นนักเตะทีมชาติอังกฤษ
ที่มีโอกาสได้เล่นประสานงานกันยาวๆไปจนถึงระดับทีมชาติทั้งนั้น

ดังนั้น
การเลือก “เจดอน ซานโช่” เข้ามาในทีม
จึงเป็นสิ่งที่บอร์ดตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว
ในการซื้อเขาเข้ามาเป็นตัวเล่นระยะยาวของทีม เพื่อที่จะสร้าง
“โครงสร้างนักเตะตัวหลัก” ในFirst Team ให้มันแข็งแกร่งได้

เพราะทีมจะมีนักเตะที่ได้ลงเล่นร่วมกับเพื่อนที่รู้ใจกัน และผนึกกำลังเป็นปึกแผ่นได้อย่างดี

“ทีมสปิริต” คือผลพลอยได้ตามมาอีกเป็นต่อที่สาม จากการได้ซานโช่และโรนัลโด้เข้ามา

กล่าวคือ
ได้ทั้งตัวผู้เล่นปีกตัวรุก ได้ทั้งความกลมเกลียวกันในทีม
จนสร้างทีมสปิริตที่ดีขึ้นมาได้ ไม่ใช่ทีมที่ต่างคนต่างอยู่
นักเตะแบ่งก๊กแบ่งพวกกันหลายกลุ่ม

ให้ลองสังเกตแมนยูไนเต็ดยุคนี้ดูดีๆว่า
ทีมสปิริตของเราดีมาก นักเตะทุกคนดูสนิทกัน
และร่วมแรงร่วมใจกันเป็นอย่างดี
ซึ่งนี่คือหนึ่งในข้อดีของแผนการสร้างทีมระยะยาวของโซลชา
ซึ่งแม้ว่าตัวแกเองจะมีจุดอ่อนสำคัญในการคุมทีมอยู่
อย่างที่เราเพิ่งเห็นกันไปในเรื่องทัศนคติ
และการตัดสินใจรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่ยังไม่ดีพอ

แต่นี่คืออีกจุดแข็งสำคัญที่แกมี และเราต้องยอมรับในจุดนี้

ดังนั้นบทความนี้จึงไม่ใช่การเปรียบเทียบ
“ลีออน เบลีย์” กับ “เจดอน ซานโช่” แต่อย่างใด
และผู้เขียนก็ไม่ได้เสียดายเบลีย์แต่อย่างใด เพราะเรามีซานโช่แล้ว

แค่จะบอกให้รู้แต่เนิ่นๆว่า วิลล่าเป็นทีมที่จะประมาทไม่ได้ และจะมาเปิดเกมบุกใส่เราอย่างสนุกแน่นอนในสัปดาห์หน้า

และประเด็นสำคัญก็คือ อย่าลืมว่า ลีออน เบลีย์ มีอาการบาดเจ็บนะครับ

เกมนี้เขาเจ็บกล้ามเนื้อเอง
จนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไปอย่างน่าเสียดายในนาทีที่ 82 เพราะฉะนั้นแล้ว
สิ่งที่ผมคาดหวังคือ ต้องภาวนาให้ไอ้หนูเบลีย์ที่ผมรีวิวเนี่ย ให้มัน
“หายเจ็บไม่ทัน” ในสัปดาห์หน้า เพื่อให้แอสตัน วิลล่า
ขาดแนวรุกที่น่ากลัวไปอีกสักหนึ่งตัวก็ยังดี

แต่เอาจริงๆนะ
ผลของSquad Depth ดังกล่าว ไอ้หนูเบลีย์เจ็บไปก็ไม่มีผลอะไรหรอก
พวกเขายังมีตัวลงอีกเพียบ และผมว่าจะมาด้วยแผนนี้แหละ 3-5-2
ที่จะมาบุกแลกกับพวกเราแน่นอนอาทิตย์หน้า ไม่เหมือนนิวคาสเซิล
ที่มาformationเดียวกันเป๊ะ แต่เลือกที่จะลงไปตั้งรับ
จนทำให้มันกลายเป็นแผน 5-3-2 และก็แพ้เราไปอย่างที่เห็น

วิลล่าไม่เคยกลัวที่จะเปิดเกมบุก และอาทิตย์หน้า พวกเขามาแน่นอน เตรียมเจอวัตกินส์ + อิงส์ ได้เลย

ส่วนแอ็กเซล
ตวนเซเบ้ ตามปกติแล้วเงื่อนไขยืมตัวในลีกเดียวกัน
เขาก็จะใส่เอาไว้ว่าให้ลงเล่นเจอทีมแม่ (ต้นสังกัดที่แท้จริง)ไม่ได้
ดังนั้นเราน่าจะไม่ได้ดวลกับตวนเซเบ้ในอาทิตย์หน้า
เพื่อป้องกันการซูเอี๋ยเกิดขึ้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็น่าจะตามนี้

อีกจุดที่ภาวนาได้ก็คือ
หวังว่าอีกสองคนที่มีปัญหาบาดเจ็บเช่นกัน เช่น จอห์น แม็คกินน์
ที่วันนี้ถูกเปลี่ยนออกเพราะมีปัญหา Concussion เกิดขึ้น
(ปัญหาการถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก) นั่นก็ตัวนึงที่ยังไม่ชัวร์

และโดยเฉพาะวิงแบ็คตัวสำคัญอย่าง
แม็ตตี้ แคช ผู้ทำประตูขึ้นนำสุดมันส์
ที่ก็เจ็บและเปลี่ยนตัวออกไปในนาที86 ก็หวังว่าแมตตี้ แคชจะไม่ฟิต
และลงสนามไม่ได้เช่นกัน ซึ่งผมคิดว่ามีโอกาสสูงมากๆ

และนั่นจะกลายเป็นโอกาสของ “แอชลีย์ ยัง” ในการเป็นตัวจริงทันทีในเกมเจอกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด..

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
เราต้อนรับชายวัย 36 ปีคนหนึ่ง
กลับบ้านกันอย่างยิ่งใหญ่และมีความสุขกันอย่างเต็มอิ่ม
แต่จากนี้ไปอีกหนึ่งอาทิตย์ ก็จะมี “ชายวัย 36 ปีอีกคนหนึ่ง” เช่นกัน
ที่จะได้กลับมายังบ้านเก่าของเขาหลังนี้

อยากเห็นนายลงสนามมากๆ
แอชลีย์ ยัง บอกตรงๆว่าคิดถึง และดีใจที่ยังลงเล่นในระดับพรีเมียร์ลีกอยู่
ทั้งๆที่อายุขนาดนี้แล้ว ถือว่าเอาจริงๆ
จารย์ยังเป็นนักเตะอีกคนนึงที่ดูแลตัวเองได้ดีมากจริงๆ
สมกับเป็นนักฟุตบอลยุคใหม่ ที่ยังลงเล่นฟุตบอลระดับสูงได้สบายๆ

คราวก่อนต้อนรับโรนัลโด้กลับบ้านกันแล้ว อาทิตย์หน้าเรามารอต้อนรับ “อาจารย์ยัง” กลับบ้านกันอีกคนครับ

-ศาลาผี-



ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com