เอลเลียตต์ อย่าย้อนรอย 5 อดีตดาวเตะ พรีเมียร์ลีก เจ็บจนต้องแขวนเกือก – FEATURE

กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มเข้าฝักเลยแท้ๆ สำหรับ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ กองกลางดาวรุ่งของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล วัยเพียง 18 ปีเท่านั้น เพราะได้รับความไว้จากกุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ ให้แจ้งเกิดแบบเต็มตัวในช่วงฤดูกาล 2021/2022 โดยได้รับโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริงแบบต่อเนื่องเลยด้วย แต่กลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บหนักอยู่พอสมควรจากจังหวะที่โดน ปาสกาล สเตราค์ กองหลัง ลีดส์ ยูไนเต็ด เข้าเสียบสกัดจากด้านหลังในศึก พรีเมียร์ลีก นัดที่บุกไปคว้าชัยได้ด้วยสกอร์ 3-0 ทำให้ข้อเท้าซ้ายหักจนดูน่ากลัวไปเลย และคาดว่าจะต้องพักรักษาวอย่างน้อยถึงครึ่งปีเลยด้วย

จึงหวังว่า เอลเลียตต์ จะไม่โชคร้ายจากอาการเดี้ยงจนถึงขั้นที่ต้องเลิกเล่นฟุตบอลก่อนวัยอันควร เพราะเคยมีอดีตนักเตะชื่อดังในศึกพรีเมียร์ลีกที่ได้รับบาดเจ็บแบบหนักๆ จนต้องตัดสินใจหันหลังให้วงการลูกหนังไปเลยดีกว่า โดยมีรายชื่อของ 5 อดีตพ่อค้าแข้งที่เคยประสบพบเจอกับเหตุการณ์ที่คาดฝันมาก่อนดังต่อไปนี้เลย

ปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้เริ่มต้นกันด้วย ปิแอร์ลุยจิ กาซิรากี้ อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลี ซึ่งเคยเป็นกองหน้าระดับหัวแถวของศึกกัลโช่ เซเรีย อา ในช่วงทศวรรษ 90 และได้ย้ายมาค้าแข้งกับ เชลซี ในยุคบุกเบิกของพวกนักเตะต่างชาติเมื่อช่วงปี 1998 แต่กลับดวงแตกในช่วงหลังจากที่ลงเล่นในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไปเพียงแค่ 10 นัดเท่านั้น เพราะได้รับบาดเจ็บจากจังหวะที่เข้าปะทะกับ ชาก้า ฮิลล็อป ผู้รักษาประตูของ เวสต์แฮม แม้จะดูเหมือนไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่กลับสร้างความเสียหายตรงบริเวณหัวเข่าขวาอย่างรุนแรง เพราะเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดไปเลย แม้จะเคยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดมากถึง 10 ครั้งเลยทีเดียว แต่ไม่สามารถช่วยเยียวยาให้กลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้ง จึงต้องจำใจเลิกอาชีพค้าแข้งไปโดยปริยาย และเป็นการอำลา เชลซี แบบไม่สวยงามเลยด้วย เพราะมีการบอกยกเลิกสัญญาในปี 2000 ซึ่งเป็นช่วงที่ยังคงพักรักษาตัวอยู่นั่นเอง จึงมีเรื่องที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเพื่อฟ้องร้องเรื่องเงินค่าจ้างในช่วงหลังจากที่ถูกยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดนั่นเอง

ลุค นิลิสไปต่อกันที่ ลุค นิลิส อดีตกองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมที่เคยสร้างชื่อจากการยิงประตูให้ อันเดอร์เลชท์ และ พีเอสวี ไอน์ดโอเฟ่น ได้แบบเป็นกอบเป็นกำ และเคยได้รับการยกย่องจาก 2 ดาวยิงระดับโลก นั่นก็คือ โรนัลโด้ ตำนานดาวยิงทีมชาติบราซิล และ รุด ฟาน นิสเตลรอย อดีตหัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ให้เป็นคู่หูในแดนหน้าที่ดีที่สุดอีกด้วย เมื่อตอนสมัยที่ได้ยืนล่าตาข่ายให้กับ พีเอสวี ไอน์ดโอเฟ่น ด้วยกันมาก่อนนั่นเอง โดยในช่วงปี 2000 ได้ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพ แอสตัน วิลล่า เพื่อจะได้ลิ้มลองรสชาติของเกมฟาดแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกดูบ้าง แต่กลับกลายเป็นฝันร้ายที่จะอยู่ในความทรงจำไปจนชั่วชีวิต เพราะโชคร้ายจากจังหวะที่เข้าปะทะกับ ริชาร์ด ไรท์ อดีผู้รักษาประตูของ อิปสวิช ทาวน์ ทำให้ได้รับบาดเจ็บตรงบริเวณกระดูกหน้าแข้งขวาหักออกเป็น 2 ท่อน และมีอาการติดเชื้อในช่วงระหว่างที่พักรักษาตัวอีกด้วย จึงต้องตัดสินใจ "แขวนสตั๊ด" เลิกเล่นฟุตบอลด้วยวัย 33 ปีทันที หรือในช่วงหลังจากที่ได้โชว์ฝีเท้าในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไปเพียงแค่ 3 เกม

อัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ด้าน อัลฟ์ อิงเก้ ฮาลันด์ อดีตกองกลางทีมชาตินอร์เวย์ ซึ่งเป็นคุณพ่อของ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กองหน้าฟอร์มแรงในยุคปัจจุบัน โดยเมื่อตอนสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกองกลางตัวตัดเกมระดับหัวแถวของศึกพรีเมียร์ลีกอีกด้วย เพราะมีสไตล์การเล่นที่ดุดันตามแบบฉบับของมิดฟิลด์ฮาร์ดแมนนั่นเอง และเคยสร้างจากการลงสนามรับใช้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในช่วงทศวรรษ 90 แต่มาดวงแตกเมื่อตอนที่้ย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2000 เพราะเจอ รอย คีน ตำนานกัปตันทีมพันธุ์ดุของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใส่ปุ่มสตั๊ดยันเข้าไปตรงบริเวณเหนือหัวเข่าขวาอย่างจังในช่วงปี 2001 และว่ากันว่านี่เป็นการล้างแค้นของ คีน จากจังหวะที่เคยโดนคู่ปรับเก่าอัดล้มลงในกรอบเขตโทษตอนสมัยที่ยังค้าแข้งกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อ 3 ปีก่อน และโดนตะโกนใส่หน้าว่าสำอ่อยอีกด้วย โดย ฮาลันด์คนพ่อ ได้เปิดเผยในช่วงหลังเหตุการณ์ที่ได้รับบาดเจ็บหนักที่สุดในชีวิตค้าแข้งว่ารู้สึกดีใจมากๆ ที่ขาไม่ขาดจากจังหวะนั้น แต่ส่งผลกระทบต่อการกลับมาเล่นฟุตบอลเป็นอย่างมาก เพราะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนตรงแผลผ่าตัดตามรบกวนแบบต่อเนื่องเลย จึงตัดสินใจ "แขวนสตั๊ด" เลิกอาชีพค้าแข้งในปี 2003 ด้วยวัย 31 ปี เพื่อจะได้ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับการฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาฟิตสมบูรณ์อีกต่อไป

ไรอัน เมสันส่วน ไรอัน เมสัน อดีตกองกลางชาวอังกฤษเป็นอีกหนึ่งนักเตะดวงแตกที่ได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องเลิกเล่นฟุตบอลด้วยเช่นกัน โดยเริ่มต้นแจ้งเกิดในวงการลูกหนังจากการเป็นเด็กปั้นของ ทอตแน่ม ฮอทสเปอร์ และได้เลื่อนชั้นมาเล่นให้ทีมชดใหญ่ในปี 2008 แต่ไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงไม่สำเร็จ จึงถูกปล่อยให้พเนจรย้ายไปค้าแข้งกับทีมต่างๆ ด้วยสัญญายืมตัวอยู่เป็นประจำ และได้ย้ายไปร่วมทัพ ฮัลล์ เมื่อตอนสมัยที่ยังโลดแล่นในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2016 แต่โชคร้ายจากจังหวะที่กระโดดโหม่งแย่งบอลจาก แกรี่ เคฮิลล์ อดีตกองหลัง เชลซี ในตอนนั้น ทำให้กระโหลกศีรษะร้าวจนต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดอยู่เป็นประจำ และมีการนำแผ่นโลหะถึง 14 แผ่นใส่เข้าไปในศีรษะพร้อมกับน็อตอีก 28 ตัวเพื่อให้ช่วงยึดกระโหลกเอาไว้ตรงบริเวณที่ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงนั่นเอง จึงตัดสินใจ "แขวนสตั๊ด" เลิกอาชีพค้าแข้งในปี 2018 ด้วยวัย 27 ปีเท่านั้น หลังหยุดพักรักษาตัวไปเป็นเวลานานร่วมปีเพื่อหวังคัมแบ็กกลับมาลงสนามให้ได้อีกครั้ง แต่ไม่สามารถฝืนสภาพร่างกายได้สำเร็จ

เดวิด บุสต์ปิดท้ายด้วย เดวิด บุสต์ อดีตกองหลังชาวอังกฤษของ "ช้างกระทืบโรง" โคเวนทรี ซิตี้ เมื่อตอนสมัยที่ยังโลดแล่นในศึกพรีเมียร์ลีกช่วงทศวรรษ 90 แม้จะไม่ได้เป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นเพียงตัวสำรองของทีมลูกหนังที่ใช้แจ้งเกิดในวงการฟุตบอลเสียด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นข่าวดังจากการอาการบาดเจ็บที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สยองขวัญที่สุดของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีเลยด้วย ซึ่งต้องย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 1996 จากจังหวะที่เข้าปะทะกับ 2 นักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคนั้น นั่นก็คือ เดนิส เออร์วิน กับ ไบรอัน แม็คแคลร์ ที่เข้าเสียบสกัดเพื่อป้องกันการเสียประตูจากลูกเตะมุม ทำให้กระดูกหน้าแข้งขาขวาหักออกเป็น 2 ท่อนทันที และมีแผลฉีกขาดจนเลือดไหลทะลักออกมาเต็มไปหมด โดยในช่วงระหว่างรักษาตัวมีอาการติดเชื้อตรงบริเวณดังกล่าวอยู่เป็นประจำ จึงต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดมากถึง 22 ครั้งเลยด้วย และเกือบที่จะโดนตัดขาข้างขวาทิ้งอีกต่างหาก ทำให้ต้องตัดสินใจ "แขวนสตั๊ด" เลิกอาชีพค้าแข้งด้วยวัย 29 ปี ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของแพทย์นั่นเอง


ขอบคุณเนื้อหาจาก 90min.com https://www.90min.com/th/posts/5-career-ended-injury-on-epl-players