เมื่อ “บุรีรัมย์” ปลดล็อกให้ “แฟนบอล”


จากกรณีคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ มีประกาศเมื่อวันที่ 19 ส.ค.64 ประกาศผ่อนคลายให้สามารถจัดการแข่งขันกีฬาแบบมีผู้ชมได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถประกอบกิจกรรมอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพได้มากขึ้น ตามแนวปฏิบัติ และมาตรการควบคุมโรค

ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์ มีสนามแข่งขัน 2 สนาม คือ ช้างอารีนา และสนามบุรีรัมย์ ซิตี้ สเตเดี้ยม (เขากระโดง สเตเดี้ยม) ที่ได้รับเลือกจาก บริษัท ไทยลีก จำกัด ให้เป็นสนามทางเลือกของทีมต่างๆ ที่อยู่ในจังหวัดโซนสีแดงเข้ม สามารถเดินทางมาใช้สำหรับจัดการแข่งขันได้ โดยเปิดให้แฟนบอลเข้าสนามได้ 25 เปอร์เซนต์เท่านั้น

 กรณีดังกล่าวเป็นแผนงานแม่แบบให้กับหลายทีม อยากจะให้มีการเปิดให้แฟนบอลเข้าไปร่วมเชียร์ในสนาม โดยเฉพาะ พิชญ สเตเดี้ยม รังเหย้าของ หนองบัว พิชญ เอฟซี ก็เดินหน้าไปยังคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดตัวเองแล้ว 

 สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดกับการปลดล็อกครั้งนี้ น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อวงการฟุตบอลไทย เพราะที่ผ่านมา ศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 รอบแบ่งกลุ่ม ก็เดินทางมาหวดที่บ้านเรา โดยใช้ สนามราชมังคลกีฬาสถาน, ลีโอ สเตเดี้ยม และ ช้าง อารีนา 

 แม้สถานการณ์ในเวลานั้นจะเตะแบบ “บับเบิ้ล” และห้ามแฟนบอลเข้าสนาม เพราะมียอดติดเชื้อโควิด-19 พุ่งทะยานไปหลายพันคน แต่หันหลังไม่ถึงเดือน ตัวเลขกลับดีดไปวันละหลายหมื่นคน


 เมื่อเป็นเช่นนี้หนทางที่ ไทยลีก 1-2 จะต้องเปิดทำการแข่งขัน เพื่อให้เงินของสปอนเซอร์เข้ามาหล่อเลี้ยงสโมสร ก็จำเป็นต้องทำทุกอย่างไม่เล่นในพื้นที่แดงเข้ม แต่จะไปใช้ยังจังหวัดที่มีสีแดง หรือ สีเหลือง แทน

 ขณะที่ไทยลีก 3 จังหวัดไหนที่อยู่ในโซนสีแดงเข้ม ก็จะเลื่อนการแข่งขันในวันที่4-5 ก.ย.นี้ ออกไปอีก 2 สัปดาห์ เพื่อรอดูสถานการณ์ว่าจะสามารถกลับมาเล่นต่อได้หรือไม่ ถ้ายังไม่สามารถหวดได้ก็จะขยับไปแบบนี้อีก 2 สัปดาห์

 กลับมาต่อที่คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ มั่นใจได้ว่าพวกเขาคงจะมีวธีการที่ดีมากๆ เพราะได้ออกมากฏมา สำหรับคนที่จะเข้าไปในสนามฟุตบอล ประกอบด้วย 


 1. การเปิดจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งขัน จะสงวนสิทธิ์สำหรับ ผู้รับวัคซีนแล้วดังนี้

 -1.1 ผู้รับวัคซีน Astra Zeneca จำนวน 1 เข็ม ไม่ต่ำกว่า 14 วัน

 -1.2 ผู้รับวัคซีน Sinovac จำนวน 2 เข็ม

 -1.3 วัคซีนอื่นครบตามเกณฑ์ที่หน่วยงานราชการกำหนด

 -1.4 พิจารณาหลักฐานการการรับวัคซีนจากแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม / สติกเกอร์การรับวัคซีน

 -1.5 การเปิดจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งขันจะเปิดขาย เฉพาะจุดจำหน่ายตั๋วเข้าชมการแข่งขัน บริเวณหน้าสนามแข่งขัน เท่านั้น และเปิดขายเฉพาะในลักษณะ 1 หลักฐาน ต่อ 1 บัตรเข้าชม

 2. การเข้าชมการแข่งขัน

 -2.1 สแกน แอพพลิเคชั่นไทยชนะ

 -2.2 ล้างมือโดย เจลแอลกอฮอลล์ที่จุดให้บริการ

 -2.3 ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย

 -2.4 ตรวจบัตรเข้าชมการแข่งขัน พร้อมตรวจหลักฐานการรับวัคซีน

 3.ขณะเข้าชมการแข่งขัน

 -3.1 ผู้เข้าชมการแข่งขันทุกท่านจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาเข้าชมการแข่งขัน

 -3.2 ปฏิบัติตามมาตรการ Social Distancing อย่างเคร่งครัด

 การทำสิ่งเหล่านี้ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พวกเขาเองกำลังคิดไปถึงอีเวนต์ระดับยักษ์ที่มีอยู่ในจังหวัด เพราะถ้าไม่มีโควิด-19 เกิดขึ้นมา รายได้อันมหาศาลกับกีฬาและการท่องเที่ยวจะเข้ามาสู่พวกเขา ประกอบด้วย


 1. โมโต จีพี

 ในตอนแรกได้มีการวางแผนเอาไว้ว่า ขวบปีที่ 3 ของจักรยานชิงแชมป์โลก ถูกบรรจุอยู่ปฏิทินการจัดการแข่งขันใหม่เป็นวันที่ 10 ต.ค.64 ณ สนามแข่งขัน ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ แต่ก็ต้องมีอันยกเลิก เพราะว่าไวรัสที่ระบาดอย่างหนัก

 และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะว่าเมื่อปี 2020 ก็มีการยกเลิกเหมือนกัน เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ ซึ่งมีการวิเคราะห์กันถึงเงินที่สูญเสียไปใน 2 ครั้งมานี้ไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท 

 เพราะทุกธุรกิจที่หวังฟื้นคืนด้วยงานนี้เกิดผลกระทบเป็นหน้ากระดานทั้งยอดนักท่องเที่ยว ยอดการใช้จ่าย อย่างโรงแรมที่พักคาดว่าถูกยกเลิกทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งจะมาจากทั้งโซนยุโรป และเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมัน ส่วนใหญ่จองที่พักไม่ต่ำกว่า 3 วัน


 2. บุรีรัมย์ มาราธอน

 ชื่อเสียงของ “บุรีรัมย์ มาราธอน” กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้ว โดยเฉพาะเงินรางวัลของผู้ชนะที่สูงถึง 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 264,000 บาท) และหากทำลายสถิติได้จะได้โบนัสอีก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 33,000 บาท)

 ซึ่งเมื่อวันที่ 27 มี.ค.64 ถือว่าเป็นปีที่ 5 โดยเป็นการแข่งขันวิ่งไนท์รันครั้งแรก ในรูปแบบนิวนอร์มอล  วิ่งในเวลากลางคืน ซึ่งออกสตาร์ท ที่ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และเข้าเส้นชัย ที่สนามช้าง อารีน่า

 มีการเปิดเผยว่าในทัวร์นาเมนต์นั้น มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 50,000 คน ประกอบด้วย นักวิ่ง ญาติมิตร ผู้ติดตาม ผู้จัดการแข่งขัน เจ้าหน้าที่แต่ละฝ่าย และ ประชาชนชาวบุรีรัมย์ ที่เป็นทั้งกองเชียร์ และเจ้าบ้าน คอยดูแลให้บริการที่พัก ร้านอาหาร แก่นักวิ่ง คาดว่าวงเงินสะพัดหลายร้อยล้านบาทแน่นอน


 3. สงกรานต์ บุรีรัมย์

 2 ปีแห่งการโดนโควิด-19 ครอบงำ ทำให้ “สงกรานต์ บุรีรัมย์” ไม่สามารถจัดได้เลย ทั้งๆที่นี่คืองานที่ใหญ่เบอร์ต้นๆของชาวอีสาน และระดับประเทศก็ว่าได้ เพราะจัดแบบยิ่งใหญ่ที่หน้าสนาม ช้าง อารีนา และมีศิลปิน ดารา นักแสดง แวะเวียนมาร้องเพลงกันอย่างเต็มที่

 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ มีมติให้ยกเลิกจัดงานสงกรานต์บุรีรัมย์ 2021 แม้คอนเซ็ปต์ของงานไม่มีการสาดน้ำก็ตาม หลังพบผู้ป่วยโควิด-19 ระลอกใหม่เพิ่มเติม 2 ราย 

 แม้สูญเสียรายได้ที่คาดว่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท แต่แนวคิดที่ต้องการไม่ให้เป็น “คลัสเตอร์” จากงานนี้ถือว่าเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมที่ยอดเยี่ยมจริงๆ


คงพอจะพูดได้เต็มปากแล้วว่า “บุรีรัมย์” คือเมืองกีฬาอย่างแท้จริง เหมือนกับที่ “เนวิน ชิดชอบ” ได้กล่าวไว้ว่า “ตอนนี้เราเอาจังหวัดบุรีรัมย์ มาอยู่ในแผนที่แล้วนะ ทั้งในเรื่องของฟุตบอล การท่องเที่ยว และมอเตอร์สปอร์ต”

นี่คือบทสรุปของทั้งหมดกับการเปิดให้แฟนบอลได้เข้าชมเกมครั้งนี้ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพราะว่ามันเป็นมากกว่าฟุตบอล เนื่องจากเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับกิจกรรมอื่นๆที่จะเข้ามาด้วยเช่นกัน


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com