นายหญิงคนใหม่ของทัพ “ช้างศึก”


สร้างความฮือฮาไม่น้อย สำหรับกระแสข่าวที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ร่อนจดหมายเชิญ "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสาวพราวเสน่ห์ของ "สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี บิ๊กทีมในศึกฟุตบอลโตโยต้าไทยลีก เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย ทั้ง ชุดใหญ่ และ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

โดยทีมชุดใหญ่ ตอนนี้ยังไม่มีโปรแกรมการแข่งขัน ส่วนทีมชุดเล็ก มีคิวลงฟาดแข้งในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่มองโกเลีย ในเดือนตุลาคมนี้ 
หากใครจำกันได้ สมาคมฯ ในยุค “บิ๊กอ็อด” พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เข้ามาเป็นประมุขลูกหนังไทย ได้มีการยกเลิกระบบผู้จัดการทีม เพื่อต้องการให้ระบบต่างๆ ของทีมชาติไทย อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมฯ ทั้งหมด ตามหลักสากล

สุดท้ายผลงานของทีมชาติไทย ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ชนิดอับอายกันทั้งบาง 
แต่เอาจริงๆ ระบบผู้จัดการทีม กับ ฟุตบอลทีมชาติไทย คือของคู่กัน เพราะนอกจากผู้จัดการทีมจะคอยจัดการหน้างาน อัดฉีดเงินรางวัลในยามประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวแล้ว 
อย่าลืมว่าผู้จัดการทีมคือสะพานเชื่อมระหว่างกุนซือ กับ นักเตะ ให้มีความแน่นแฟ้นกันจนเกิดทีม “สปิริต”
หลายครั้งผู้จัดการทีม คือ ผู้อยู่เบื้องหลังของความสำเร็จของวงการลูกหนังไทย ไม่ว่าจะเป็น “บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล ในฟุตบอลไทยยุค “ดรีมทีม”
เรื่อยมาจน “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ในชุดคว้าแชมป์ซีเกมส์ 2017 ที่มาเลเซีย และ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ที่พา “ชบาแก้ว” ทีมแม่เนื้ออ่อนไทย ไปลุยฟุตบอลโลก 2 ครั้งติดต่อกันในปี 2015 และ 2019 
ซึ่งความสำเร็จบนถนนลูกหนังของ “มาดามแป้ง” ทำให้เธอถูกยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคลของวงการฟุตบอลไทย อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เหมือนคำว่าการกระทำ เสียงดังกว่าคำพูด 

ดังนั้นการที่สมาคมฯ เชิญ “มาดามแป้ง” เข้ามาเป็นทำหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ ต้องบอกน่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง 
เพราะ “มาดามแป้ง” ขึ้นชื่อว่าเป็นคนลูกหนังตัวจริงเสียงจริงอยู่แล้ว
แต่อาจจะมีแฟนบอลเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แย้งว่า เอาผู้หญิงมาดูแลฟุตบอลชายจริงดีจริงหรือ?
อย่าลืมว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ทุกเพศล้วนมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน “มาดามแป้ง” เองก็เป็นถึงผู้จัดการทีมบอลชายอย่าง การท่าเรือ เอฟซี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร
แถมเรื่องความใส่ใจในรายละเอียดตามแบบฉบับของผู้หญิง “มาดามแป้ง” ทำให้เห็นมาแล้ว

ย้อนกลับไปในฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย ที่กรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เพื่อลุ้นตั๋วไปแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ฝรั่งเศส “มาดามแป้ง” เดินทางไปกลับกรุงเทพฯ-จอร์แดน เป็นว่าเล่นเพื่อดูแลธุระกิจส่วนตัว ขณะเดียวกันก็ไม่คิดที่จะทิ้งสาวๆ “ชบาแก้ว” ให้สู้อย่างเดียวดาย
ในทุกเกมที่ลงสนาม “มาดามแป้ง” จะไปให้กำลังใจลูกทีมติดขอบสนาม!
ขอโทษ นะครับ! นั่น จอร์แดน หรือ โคราช !
ส่วนเรื่องความทุ่มเท “หญิงเก่ง” แห่งคลองเตย ได้แสดงให้เห็นผ่านการทำทีม “สิงห์เจ้าท่า” จากทีมหนีตกชั้นให้ก้าวมาเป็นทีมชั้นนำของเมืองไทยในปัจจุบัน การันตีด้วยแชมป์ฟุตบอล “ช้าง เอฟเอคัพ” มาแล้ว

ส่วนเรื่องความใจปั้มไม่ต้องห่วง ขนาดเงินเดือนนักเตะ การท่าเรือ เอฟซี หลักแสน หลักล้าน “มาดามแป้ง” ยังจ่ายมาแล้ว การอัดฉีดนักกีฬารับรองว่าไม่อั้นแน่นอน 
ที่สำคัญที่สุดคือ “แพสชั่น” ที่มีเต็มเปี่ยม เพราะทุกย่างก้าวที่ลงมือทำงานทุกอย่าง “มาดามแป้ง” เอาจริง ไม่ได้ทำเล่นๆ 
ซึ่งทุกสิ่งที่กล่าวมาคือเรื่องจริง ผ่านการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “มาดามแป้ง” คือคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทย พร้อมพา “ช้างศึก” พ้นวิกฤต และกู้ศรัทธาแฟนไทยให้กลับมามีความสุขอีกครั้ง
อย่าลืมว่าการทำฟุตบอล ต้องเอาคนฟุตบอลมาทำ จึงจะประสบสำเร็จ ซึ่ง “มาดามแป้ง” มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกอย่าง

สุดท้ายต้องปล่อยให้เวลาหาคำตอบให้เราเองด้วยผลลัพธ์ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ในการแต่งตั้ง “มาดามแป้ง” เข้ามาทำงานใหญ่ชิ้นนี้ และผมเชื่อว่าสุภาพสตรีท่านนี้มีพลังบวกบางอย่างที่จะสามารถนำพาความสุขกลับมาสู่แฟนบอลไทย

คราวนี้แหละ “ช้างศึก” ของเราจะกลับมาอหังการได้อีกครั้ง ไม่เชื่อคอยดูก็แล้วกัน


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com