รถด่วนขบวนสุดท้ายของ ‘ดิ อ็อกซ์’


ผู้เล่นบางคนต้องผ่านอาชีพนักฟุตบอลของพวกเขาด้วยความโชคร้ายที่หนักหนาสาหัส ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะมีพรสวรรค์มากแค่ไหนในการก้าวไปสู่ระดับโลก แต่อาชีพนักเตะมักจะเป็นอะไรที่โหดร้าย

    อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เป็นหนึ่งในสตาร์เหล่านั้น ดาวเตะทีมชาติอังกฤษต้องรับมืออย่างหนัก และต้องเดินบนเส้นทางที่ไม่ค่อยมีใครเดิน ทว่าตอนนี้เขาพบว่าตัวเองอยู่ในโอกาสสุดท้าย

    ที่สโมสรอย่าง ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะกับสัปดาห์ก่อนที่มีการฉลองครบรอบหนึ่งปีนับตั้งแต่ที่พวกเขาสิ้นสุดการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุด 30 ปี สิ่งต่างๆ ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

    หงส์แดง มีความทะเยอทะยานอย่างมากที่จะกลับไปยังจุดสูงสุดอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์ทั้งในประเทศ และยุโรป สำหรับสิ่งนี้พวกเขาจำเป็นต้องให้สมาชิกในทีมชุดใหญ่ทุกคนเค้นฟอร์มออกมา และไม่ควรมีคนที่เป็นส่วนเกิน

    ตอนนี้ด้วยความฟิตของเขากลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมอีกครั้ง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จึงพยายามเทหมดหน้าตักครั้งสุดท้ายเพื่อโน้มน้าวใจให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เห็นว่าเขาสามารถกลายเป็นแกนหลักในถิ่นแอนฟิลด์ได้ และเล่นในบทบาทที่ช่วยให้ทีมฟื้นตัวจากความผิดหวังเมื่อปีที่แล้ว ฤดูกาลที่แสนเจ็บปวด

    เราได้พิจารณางานที่ดาวเตะวัย 27 ปี จะต้องเผชิญ และวิธีที่เขาจะกลับเข้าไปอยู่ในกลุ่มเครื่องจักรสีแดงอีกครั้ง

    การฉวยโอกาส

    ไม่เป็นความลับที่ แผงมิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล จะเปิดประตูขึ้นอีกครั้งในฤดูกาลนี้

    การจากไปของ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ถูกมองว่าค่อนข้างเย็นชาจากฐานแฟนบอล หลัง หงส์แดง เลือกที่จะไม่ยื่นข้อตกลงระยะยาวให้กับนักเตะที่วัยเกินเลขสองนำหน้า

    นักเตะอย่าง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ นาบี เกอิต้า การจากไปของแข้งดัตช์แมนทำให้ความหวังอันริบหรี่ หรืออย่างน้อยก็เป็นตั๋วเข้าสู่โอกาสสุดท้ายของพวกเขา

    อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ตัดสินใจในยเดือนสิงหาคม ปี 2017 ที่จะย้ายออกจาก อาร์เซน่อล ไปยัง ลิเวอร์พูล เพื่อตอกย้ำว่าเขาต้องการเล่นมิดฟิลด์ซึ่งเป็นตำแหน่งโปรดของเขา

    มันเป็นเรื่องยุติธรรมที่จะบอกว่าเขาเข้าใกล้ที่จะทำมันได้ เมื่อจบฤดูกาลแรกในเสื้อสีแดงเพลิง และกลายเป็นแกนหลักขาประจำในสามกองกลางของ คล็อปป์

    อาการบาดเจ็บหัวเข่าอย่างโหดร้ายที่เกิดขึ้นในเกมกับ โรม่า ในรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ลีก ทว่ามันกลับกลายเป็นเรื่องที่โหดร้ายที่สุด

    ดาวเตะชาวอังกฤษน่าจะได้เป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศถ้วยใหญ่ของยุโรปในปีแรกของเขา แต่เขากลับพบว่าตัวเองต้องเดินโซซัดโซเซไปรอบๆ สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ที่เคียฟ แทนซะงั้น

    ตอนนี้ ด้วยตำแหน่งที่เปิดกว้างในแผงมิดฟิลด์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน คงต้องน้ำลายสอ

    ไดนามิกสตาร์ไม่ใช่คนที่จะนั่งอยู่บนม้านั่งสำรองอย่างมีความสุข และเอาแต่รับค่าเหนื่อยจำนวนมากในแต่ละสัปดาห์ เขาต้องบการที่จะมีส่วนร่วมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น และจะต้องเสียใจกับซีซั่นก่อนที่ห่างไกลออกไป

    อาการบาดเจ็บจุกจิกหลายครั้งยังคงตามกัดกินเขาต่อไป และตัวเลือกในการสร้างโมเมนตัมให้กลับมาก็ไม่เคยเกิดขึ้นเลย

    มันเป็นผลให้ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ต้องมองดูคนอื่นจากห้องรักษาพยาบาล หรือม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ของฤดูกาล และพลาดการติดทีมชาติอังกฤษของ แกเร็ธ เซาธ์เกต เพื่อลุยยูโร 2020

    มันเป็นเรื่องเจ็บปวดที่จะต้องแบกรับ แต่ว่าตอนนี้โอกาสของเขาที่จะกลับมาเกิดขึ้นแล้ว โดยแหล่งข่าวจาก ลิเวอร์พูล ชี้ชัดว่าจะไม่มีการทุ่มเงินในซัมเมอร์นี้ และทีมก็จะยังเน้นนักเตะชุดเดิมเป็นส่วนใหญ่

    โอเค ที่ผ่านมาอาจจะมี อีฟส์ บิสซูม่า และ ฟลอเรียน นอยเฮาส์ ที่มีข่าวเชื่อมโยง แต่ความสนใจแบบเป็นรูปธรรมยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง ตลอดเวลาที่ผ่านมา คล็อปป์ ก็จับตาดู 'ดิ อ็อกซ์' อย่างใกล้ชิดในการซ้อม

    ฟอลส์ไนน์?

    หลังจากสร้างความประทับใจสั้นๆ ในเกมพบ เบิร์นลี่ย์ เมื่อช่วงท้ายซีซั่นที่แล้ว เมื่อเขาลากหนีแนวรับฝ่ายตรงข้ามแล้วจบสกอร์ในมุมล่างได้อย่างยอดเยี่ยม อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เหมือนเตือนแฟนบอลว่าทำไมเขาถึงมีความสำคัญต่อ ลิเวอร์พูล

    ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเล็กน้อยที่ได้เห็นนักเตะถูกทดสอบในตำแหน่งที่สูงขึ้น เนื่องจาก หงส์แดง ได้เปิดปรีซีซั่นที่ออสเตรียมาจนถึงสัปดาห์นี้

    เราได้เห็นการผลิตสกอร์ที่แห้งเหือดอย่างน่าประหลาดใจจากแนวรุกของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และ คล็อปป์ ก็ไม่สามารถพึ่งพา ดิว็อก โอริกี้ ได้มากพอจากม้านั่งสำรอง

    นี่จะทำให้ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เข้ามาสู่ทีมได้ ความเร็ว และการคอนโทรลบอลของเขา ผสมกับฝีเท้าที่ว่องไวหมายความว่า ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นอยู่ในมือซึ่งสามารถหล่อหลอมให้มีบทบาทที่หลากหลาย

    สำหรับผู้จัดการทีมอย่าง คล็อปป์ นี่คือบทเพลงที่ฟังสบายหู

    ในขณะที่ ลิเวอร์พูล เผชิญหน้ากับ แว็คเกอร์ อินน์สบรู๊ค และ สตุ๊ตการ์ท มันเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะสังเกตุว่า คล็อปป์ ปรับใช้ทั้ง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ อย่างไรบ้าง

    'ดิ อ็อกซ์' เล่นแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในตำแหน่ง 'ฟอลส์ไนน์' ขณะที่ดาวรุ่งซึ่งเพิ่งกลับมาจากการยืมตัวที่ แบล็คเบิร์น เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์สามคน โดยทั้ง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ เอลเลียตต์ สลับตำแหน่งกันไปมา เพื่อที่จะให้แต่ละคนเล่นในบทบาทที่แตกต่างกัน

    สาวก หงส์แดง หลายคนสรุปในทันทีว่านี่เป็นเงื่อนงำของสิ่งที่เกิดขึ้น โดยผู้เล่นทั้งสองจะช่วยอุดช่องว่างใน 11 ตัวจริง ด้วยงบประมาณที่รัดกุมของสโมสรในซัมเมอร์นี้

    สำหรับ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน บทบาทฟอลส์ไนน์ สามารถทำให้เขาเกิดใหม่ได้ ในขณะเดียวกันก็ลดแรงกดดันของ ฟีร์มีโน่ ด้วย โดยกองหน้าทีมชาติบราซิลรายนี้ดูเหนื่อยล้าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และถูกวิจารณ์เรื่องผลงาน

    นี่คืออีกบทบาทที่ 'ดิ อ็อกซ์' สามารถเติมเต็มได้

    วิงแบ็ก?

    สิ่งนี้อาจเกิดขึ้นกับตำแหน่งริมเส้นที่ลึกกว่า และไม่คุ้นเคย

    อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เคยมีประสบการณ์กับวิงแบ็กมาก่อนแล้วสมัยอยู่กับ อาร์เซน่อล แต่เขาก็ดูจะไม่ปลื้มกับบทบาทนี้เท่าไหร่

    อย่างไรก็ตาม ที่ ลิเวอร์พูล แผนการเล่นต้องการ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในการโจมตีแนวรับฝ่ายตรงข้ามเกือบตลอดเวลา

    ระบบนี้หมายความว่า อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน สามารถกลายเป็นแคนดิเดตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ลิเวอร์พูล ที่ได้รับการกล่าวขานว่าพร้อมขาย เนโก้ วิลเลี่ยมส์ ออกไป

    การเป็นตัวเลือกของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ไม่เพียงแค่รับประกันจำนวนเกมที่มากขึ้นของเขา แต่ยังช่วยให้ คล็อปป์ มีทางเลือกในสการปรับระบบของเขาด้วยสำหรับการเข้ามาของ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน

    ในขณะที่ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนดล์ เป็นที่รู้จักในเรื่องการมทิ้งบอมบ์จากริมเส้น และลูกครอสที่สมบูรณ์แบบ การมี อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่วิงแบ็กจะเพิ่มทางเลือกในการตัดเข้าไปตรงกลางของพื้นที่มิดฟิลด์ตัวรุก

    ลิเวอร์พูล จะสามารถปรับเปลี่ยนบุคลากรของพวกเขา และให้กัปตันอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือ ฟาบินโญ่ ขยับออกไปพื้นที่ด้านกว้างมากยิ่งขึ้นเพื่อสนับสนุน อ็อกซ์ ที่ริมเส้น

    เรื่องนี้จะได้ผลหรือไม่ต้องรอดูกันต่อไป แต่ ลิเวอร์พูล และผู้จัดการทีมของพวกเขายินดีที่จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้น



    ยอมรับบทบาทที่แตกต่าง

    สถานการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่าเขามีแนวโน้มที่จะลงสนามได้มากขึ้นกับข้อกำหนดที่หลากหลาย

    ด้วยการทำให้ตัวเองพร้อมใช้งานในความสามารถที่หลากหลาย โอกาสในการแข่งขันของเขาจะมากกว่าเพียงการลุกจากม้านั่งมาเล่นตำแหน่งเดียวแบบทวีคูณ

    ดาวเตะวัย 27 ปี จะไม่ได้ตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางตามที่เขาต้องการ เว้นแต่ว่าเขาจะทำผลงานในระดับที่ตัวเองไม่สามารถถูกดร็อปได้

    จากที่กล่าวมาแล้ว คล็อปป์ ยังคงใช้ระบบที่ต้องมีการสับเปลี่ยนมากมายเพื่อให้เหมาะกับคู่แข่งในแต่ละวัน

    อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่แน่นอนเลยก็คือ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน จะต้องเข้าสู่ฤดูกาลด้วยปรีซีซั่นแบบเต็มเหนี่ยว และความฟิตที่ยอดเยี่ยม

    อดีตดาวเตะ ปืนใหญ่ กำลังจะเป็นพ่อคนในเร็วๆ นี้ ซึ่งมีแนวโน้มว่านั่นจะสร้างแรงจูงใจในสนามให้เขากลับมาอยู่ในจุดสูงสุด เพื่อปูทางให้ลูกน้อยของเขาได้เรียนรู้ต่อในภายหลัง

    สรุปแล้ว คล็อปป์ ต้องการความเก่งกาจในฤดูกาลนี้ ซึ่งบางทีอาจจะมากกว่าเดิม และ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็เต็มใจที่จะมีส่วนร่วม

    ด้วยความโชคดี และความพยายามอย่างมาก อาชีพค้าแข้งของเขากับ ลิเวอร์พูล อาจถูกกอบกู้กลับมาอีกครั้ง

    พาสต้า


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com