หลังจากประกาศยืนยันการคว้าตัวเจดอน ซานโช่แล้วเรียบร้อย แมนยูไนเต็ดมีเวลาอีกเดือนครึ่งในการไล่ล่าเป้าหมายคนสำคัญ ดังนั้นใครน่าจะเป็นคนต่อไปของเรา และมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนทั้งการซื้อเข้าและขายออก ไปดูกัน

ต้องบอกว่าตลาดซัมเมอร์ฤดูกาล 2021/22 ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และพลพรรคRed Devils ในปีนี้ เป็นตลาดที่ค่อนข้างคึกคักมากๆ เนื่องจากปีศาจแดงยืนยันข้อตกลงซื้อขายตัว “เจดอน ซานโช่” ตัวรุกพรสวรรค์สูงมาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ได้ข้อยุติอย่างรวดเร็วในช่วงซัมเมอร์นี้ทันทีที่ตลาดเปิดมาได้ไม่กี่อาทิตย์

หลังจากรอการเปิดตัวอยู่หลายวัน ในที่สุดแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็ประกาศคว้าตัวเจดอน ซานโช่ อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อคืนวานนี้ ด้วยค่าตัว 72.9 ล้านปอนด์ และจะทำสัญญาอยู่กับเราไปถึง มิถุนายน ปี 2026 พร้อมออฟชั่นขยายสัญญาอีกหนึ่งปี ก็เปิดตัวกันอย่างชื่นมื่นไป

พร้อมทั้งการสวมใส่เบอร์ที่เหนือความคาดหมาย อย่างหมายเลข “25” อันเป็นทั้ง วันเกิดของน้อง (25 มีนาคม 2000) และอาจจะมีนัยถึงเบอร์เสื้อในอนาคตที่จะเกิดการรวมกันของ 2+5 ที่อาจกลายเป็น “ผู้เล่นหมายเลข7ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด” ในที่สุดที่รับช่วงต่อจากคาวานี่

เป็นดีลที่เปิดตัวกันอย่างชื่นมื่นไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งต้องบอกว่าปีนี้ถือว่าผิดวิสัยทีมซื้อขายยูไนเต็ดระยะหลังๆที่เดินดีลช้า และไม่เป็นระบบระเบียบ กว่าจะได้ตัวสำคัญมาก็เริ่มฤดูกาลแล้ว ก็ต้องมาใช้เวลาปรับตัวกันอีก อันนี้เหมือนเป็นแมนยูตัวปลอมยังไงก็ไม่รู้(ฮา) ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีมากที่เกิดขึ้น พร้อมๆกับการผนวกโค้ชที่มีฝีมืออย่าง Eric Ramsay เข้ามาเป็นโค้ชspecialist ในการดูแลการเล่น set-plays ให้กับทีมอีก

อัพเกรดขึ้นทั้งคุณภาพนักเตะ และ ระบบการเล่นของทีม ดังนั้นมั่นใจว่า ปีนี้แฟนผีน่าจะได้ลุ้นสนุกอย่างแน่นอน

การเคลียร์ดีลสำคัญของซานโช่จบไปได้หนึ่งเรื่อง จะทำให้ทีมซื้อขายของสโมสรมีเวลาไป”โฟกัส”กับดีลที่เหลือได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นี่ถือเป็นเรื่องดีมากๆต่อภาพรวมการซื้อขาย และยังพอจะเหลือเวลาหลายสัปดาห์ ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะเริ่มเปิดฤดูกาลใหม่ในวันที่ 14 สิงหาคม 2021 นี้

ถ้าพูดถึง “ระยะเวลาการซื้อขาย” พรีเมียร์ลีกก็ปรับกลับมาเป็นแบบเดิมแล้ว ที่จะยังซื้อขายนักเตะได้ แม้จะเริ่มซีซั่นไปแล้วก็ตาม เพราะมีการกำหนดกรอบระยะเวลาเปิดปิดตลาดกันอย่างเป็นทางการ โดยเริ่มต้นเปิดตลาดเมื่อเดือนที่แล้ว ในวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา และจะไปสิ้นสุดกำหนดวันเดดไลน์สุดท้ายที่จะปิดตลาดซื้อขายกันในวันที่ “31 สิงหาคม 2021” (5ลีกใหญ่ในยุโรปปิดพร้อมกันหมดในวันนี้)

เท่ากับว่า จากวันนี้ที่กำลังเขียนบทความอยู่ (24 กรกฎาคม) เรายังมีเวลาซื้อขายนักเตะใหม่อยู่อีกถึง “5สัปดาห์ครึ่ง” ในการเทรดนักเตะเข้าออกอีกนานพอควร

แฟนผียังมีเวลาสนุกกับ “ข่าวซื้อขาย” อีกเยอะ

ประเด็นนี้มันหมายถึง “โอกาส” ของแมนยูไนเต็ดที่จะมีเวลาไปดีลนักเตะดีๆมาเข้าทีมเพื่อลุยฤดูกาลนี้อีกด้วย ซึ่งระยะเวลาอีกเกือบ1เดือนครึ่งก่อนจะปิดตลาด ก็มากพอที่จะเหลือให้เราได้มีเวลาไปเดินดีลสำคัญๆได้ อย่างน้อยๆก็อีก “สองตัว” ที่ดูจะมีลุ้นเสริมเข้ามาในทีมชุดใหญ่ปีนี้

ดังนั้น ผู้เขียนจึงได้รับคำถามมาจากแฟนเพจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นที่เดือดที่สุดตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นว่า คนต่อไปเราจะได้ใคร หรือว่า นักเตะคนนี้จะอยู่ต่อไหม จะย้ายรึเปล่า ฯลฯ

บทความนี้จึงจะมาวิเคราะห์โอกาสทั้งหมดที่เป็นไปได้ว่า จะมีดีลไหนบ้างที่เป็น “รายต่อไป” ของสโมสร จากการวิเคราะห์และคาดการณ์โอกาส เท่าที่นักเตะคนนั้นๆจะมีข่าวเกิดขึ้น

1.ราฟาเอล วาราน

[โอกาสย้ายมาผี 80/20]

ความคืบหน้าของข่าววารานที่ผ่านมานั้น มีทิศทางคล้ายๆสเต็ปของดีลซานโช่ นั่นก็คือ มีรายงานเบื้องต้นออกมาว่า ราฟาเอล วาราน ยินดีตกลงรับข้อเสนอส่วนตัวจากทางแมนยูไนเต็ด และมีความต้องการที่จะออกหาความท้าทายใหม่ๆกับแมนยูไนเต็ดกับการได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก

ซึ่งสัญญาของวารานจะหมดในปี 2022 และชัดเจนว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาออกไป ดังนั้นหากเรอัล มาดริด ไม่ขายในปีนี้ ก็เสี่ยงที่จะเสียเขาฟรีๆในปีหน้า ข่าวซื้อขายของวารานจึงค่อนข้างแรง และมีโอกาสย้ายทีมสูงมากๆ ซึ่งตัวเต็งหนึ่งเดียวก็มีเพียงแค่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเท่านั้น

ถ้าแมนยูไม่ซื้อ ก็อยู่ต่อมาดริดจนหมดสัญญา

เมื่อวันก่อนมีรายงานอ้างอิงว่า แมนยูไนเต็ดยื่นข้อเสนอแรกไปด้วยราคา 40ล้านยูโร บวกอีก 5ล้าน เป็น add-ons และข้อเสนอนี้ถูกมาดริดปฏิเสธไป เพราะต้องการค่าตัว 70ล้านยูโร

ต้องบอกว่าข่าวนี้มีจากแหล่งข่าวที่ความน่าเชื่อถือไม่มาก และยังไม่มีการยืนยันจากสื่อหลักๆเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง F.Romano ออกมาแก้ข่าวนี้แล้วว่า เรื่องการซื้อตัววารานในราคา 40+5ล้านยูโรจากแมนยู และโดนมาดริดปฏิเสธนั้น “ไม่เป็นความจริง”

ยูไนเต็ดกับวาราน ยังอยู่ในสเตจเดิมที่ต้องพูดคุยและตกลงราคากับทางมาดริดให้ได้ร่วมกันก่อน จากนั้นกระบวนการยื่น first formal offer ค่อยตามมา โดยtier1 อย่างโรมาโน่บอกว่า สถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง สโมสรยังพูดคุยกันอยู่

วารานอยากย้ายมาแมนยู และพร้อมเซ็นสัญญาแล้ว เหลือแค่ รอต้นสังกัดตกลงราคาและยื่นซื้อขายกันให้เรียบร้อยเท่านั้นเอง

ซึ่งระหว่างนี้เจ้าตัวก็ยังให้เกียรติต้นสังกัด และกลับมาทำภารกิจทั่วไปกับราชันชุดขาวอยู่ โดยมีข่าวว่าเขาเข้ามาที่เรอัล มาดริดเมื่อวานที่ผ่านมา แต่ไม่ได้อยู่ทำการฝึกซ้อมกับคนอื่นๆในทีม เพราะเขามาแค่ตรวจร่างกายเท่านั้น

สรุปแล้วดีลนี้ ยังคงอยู่ในสเตจของการพูดคุยเบื้องต้น เพื่อตกลงธุรกิจกันให้ได้เท่านั้นเอง คล้ายๆเฟสต้นของดีลซานโช่ แล้วถ้าคุยกันรู้เรื่องเมื่อไหร่ เฟส2ของการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ และช่วงยื้อต่อรองราคาในเฟส3 ก็จะตามมาอย่างรวดเร็วหากว่าผ่านขั้นแรก

เชื่อว่าในดีลวาราน ยื่นแค่ second offer แมนยูไนเต็ดก็น่าจะได้ตัวราฟาเอล วารานแล้ว แนวโน้มมีโอกาสเป็นเช่นนี้สูงมากระดับ 80 ต่อ 20 ที่แมนยูไนเต็ดจะได้ตัวราฟาเอล วาราน มาเสริมกองหลังให้เรา

เหลือแค่ “ราคา” กับ “เวลา” เท่านั้นแล้วสำหรับดีลของวาราน

โอกาสได้ตัวมาเสริมทัพมีสูงมาก และมีโอกาสที่จะเป็นดีลต่อไปของสโมสรเรา เพราะถือเป็นตัวสำคัญที่เป็นpriorityแรกๆในการเสริมทีมปีนี้เช่นกัน และยิ่งมีข่าวโหมกระพือมาจากสาย The Telegraph เมื่อคืนนี้ว่า ตอนนี้แมนยูไนเต็ดกำลังเดินเครื่องอย่างหนัก เพื่อที่จะ “เร่งปิดดีล” วารานให้สำเร็จโดยเร็ว

ทุกเหตุผลชี้ตรงกัน “ราฟาเอล วาราน” นี่แหละที่จะเป็น “คนต่อไป” ในการเป็นดีลที่สองที่เซ็นสัญญาเข้ามาสำเร็จในตลาดซัมเมอร์นี้

ส่วนเรื่องของราคาค่าตัววารานนั้น ให้ตัดพวกข่าว70ล้านยูโรออกไปได้เลย ไม่มีทางเป็นจริงกับการจะมาตั้งราคานักเตะที่เหลือสัญญาแค่ปีเดียว แถมยังพร้อมที่จะย้ายออกด้วย เชื่อว่าอาจจะคุยกันตรงกลางได้ และจบที่ราวๆ55ล้านยูโร หรือตีเป็นยูปอนด์จะอยู่ที่ราวๆ 47ล้านปอนด์ สำหรับดีลของวาราน

ราคาเรทนี้สำหรับนักเตะระดับท็อปคลาสที่พิสูจน์ฝีมือมาแล้วในระดับสูงมากมาย ในช่วงอายุที่กำลังพีค และมีประสบการณ์เต็มเปี่ยม แบบนี้ผู้เขียนถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับฝีเท้า แลกกับโอกาสที่ทีมเราจะชิงตัวเขามาได้ในซีซั่นนี้ ก่อนที่จะปล่อยให้เป็นฟรีเอเย่นต์ และเจ้าตัวอาจจะไม่เลือกเราก็ได้

ฟันธงได้แน่นอนว่า ตัวต่อไปคือ “ราฟาเอล วาราน” ชัวร์ๆ

2.คีแรน ทริปเปียร์

[โอกาสย้ายมาผี 30/70]

ต้องอธิบายกันก่อนว่า ทำไมทีมเราถึงมีข่าวกับคีแรน ทริปเปียร์ ฟูลแบ็ควัย30ปีรายนี้ แฟนผีหลายคนอาจจะคิดว่า จะซื้อแบ็คขวาทำไม เรามีวานบิสซาก้าเป็นตัวจริงอยู่แล้ว

แต่ลองคิดดีๆว่า ถ้าวานบิสซาก้าเจ็บขึ้นมาสักคน ใครจะดีพอลงแบ็คขวาให้ทีมได้โดยที่ฟอร์มการเล่นโดยรวมไม่เป๋? คำตอบคือ ไม่มีเลย ไม่ว่าจะเป็นแบรนดอนที่ยังไม่ดีพอ และต้องการประสบการณ์ในการลงเล่นสนามจริง ซึ่งอาจถูกปล่อยให้นักบุญเซาธ์แธมพ์ตันยืมตัวไป

หรือจะเป็นดิโอโก้ ดาโลต์ ที่มีแนวโน้มว่า เกมรับไม่ดีพอจะชนะใจโอเล่ได้ และมีแนวโน้มย้ายยืมตัวกลับไปที่มิลานอีกครั้ง พร้อมออฟชั่นซื้อขาด

จะเห็นชัดเจนว่า ตำแหน่งเดียวในทีมที่Squad Depthตื้นที่สุด คือตำแหน่ง “แบ็คขวา” ของAWBนี่แหละที่ไม่มีตัวเปลี่ยนให้เขาเลย

ดังนั้น การควานหา “แบ็คอัพ” ของตำแหน่งแบ็คขวา จึงเป็นสิ่งสำคัญ และทริปเปียร์ก็มีแนวโน้มที่จะอยากย้ายกลับมาอังกฤษ หลังจากไปอยู่สเปนมาสองปี และคว้าแชมป์ลาลีกาสำเร็จในปีนี้

ดีลของทริปเปียร์นั้นข่าวยังไม่โหมกระพือมากเท่าไร่ แต่สังเกตดีๆคือ ข่าวของเขาไม่เคยขาด ยังมีพูดถึงอยู่เรื่อยๆ และในประเด็นสำคัญของข่าวทริปเปียร์คือเรื่องของการตั้งราคาสูงที่ไม่ยอมลดให้จากแอตเลติโกมาดริด

จากการที่นักเตะเหลือสัญญาปีเดียว และอายุมากแล้ว ทำให้แมนยูไนเต็ดไม่ยินดีที่จะจ่ายเงินเกินกว่าเพดานที่กำหนด และต้องการตัวของเขาในราคาราวๆ 18ล้านปอนด์ ซึ่งก็เป็นเรทที่ใกล้เคียงกันกับการเซ็นอเล็กซ์ เตลีส มาได้ ที่ 15.4ล้านปอนด์

แต่ทางแอตลิเตโกมาดริด ต้องการเงินราวๆ 40ล้านยูโร หรือเท่ากับ 34ล้านปอนด์ ซึ่งเยอะกว่าที่แมนยูไนเต็ดต้องการจ่ายเกือบสองเท่า

และท่าทีของทีมตราหมีแข็งกร้าว ดูทรงแล้วจะไม่ยอมลดราคาง่ายๆแน่นอน จากข่าวทั้งหมดหลายสำนักที่รายงานตรงกัน

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดจะไม่ยอมจ่ายเงินมหาศาลที่เป็นrelease cause ก้อนนั้นของทริปเปียร์แน่นอน ดังนั้น ดีลนี้ของทริปเปียร์ จึงเป็นเกมยาวที่น่าจะยื้อและตื๊อลดราคากันไปจนถึงสัปดาห์ท้ายๆของตลาดซื้อขาย และข่าวทริปเปียร์จะไม่หายไปไหนอย่างแน่นอน

ดังนั้นเมื่อดูทรงเช่นนี้แล้ว ยังถือว่า โอกาสที่เราจะได้ตัวทริปเปียร์มาในปีนี้ ยังค่อนข้างน้อยอยู่ เพียงแค่สัก 1ใน3 ของความเป็นไปได้

ถามว่า มีลุ้นไหม ก็มีลุ้น แต่ลุ้นเหนื่อยหน่อย เพราะแมนยูไนเต็ดเองก็ไม่น่าจะยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อนักเตะอายุ30ปีมาเพื่อที่จะเป็นตัวrotationกับ อารอน วานบิสซาก้าแน่นอน

3.เอดูอาร์โด้ คาเมวิงก้า

[โอกาสย้ายมาผี 30/70]

นี่เป็นนักเตะที่ข่าวมาแรงที่สุดคนนึงในช่วงก่อนหน้านี้ สำหรับคาเมวิงก้า เจ้าหนูวัย18ปี กองกลางตัวขับเคลื่อนเกมจากแรนส์ ที่มีข่าวหนาหูว่า แมนยูไนเต็ดจะซิวนักเตะรายนี้มาจากต้นสังกัดด้วยราคาที่ยื่นซื้อก่อนที่เจ้าตัวจะหมดสัญญาปีหน้า ในราคาราวๆ 40ล้านยูโร

เป็นข่าวที่ถือว่าดีมากในการเลือกที่จะทุ่มเงินซื้ออนาคตเพื่อคว้าสิทธิ์ในตัวนักเตะมา ซึ่งมีศักยภาพในการเล่นที่ต่อยอดพัฒนาได้อีกไกล

ทางแมนยูไนเต็ดถือเป็นทีมเต็งจ๋าที่มีโอกาสได้ตัวนักเตะรายนี้สูงกว่าทางเปเอสเช ที่ต้องซื้อจากทีมในลีกเดียวกัน และดูเหมือนจะโดนโก่งนิดหน่อยด้วย แมนยูจึงได้เปรียบเล็กๆ และหากว่าดีลนี้จะถูกโก่งราคาสูงกว่านี้อีกนิด 50ล้านยูโรก็ดูจะยอมรับได้อยู่สำหรับดีลของ “คาเมวิงก้า”

แต่ปัญหาคือ ช่วงนี้ข่าวของคาเมวิงก้า ดรอปลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีการรายงานว่า ทางนักเตะนั้นสนใจอยากจะไปค้าแข้งในสเปนมากกว่า หลังหมดสัญญาปีหน้า

แต่ทางแมนยูไนเต็ดเองก็ยังคงสนใจในตัวนักเตะ และติดตามต่อไป ซึ่งสำหรับดีลของคาเมวิงก้านั้น แม้ข่าวจะเริ่มเบาลงไปแล้ว และมีแนวโน้มที่นักเตะจะเลือกรอย้ายไปสเปน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้

เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่ “อนาคตของ ปอล ป็อกบา” จะส่งผลต่อดีลของ คาเมวิงก้า อย่างชัดเจน

เพราะถ้าเสียป็อกบาไป เราจะเหลือมิดฟิลด์ใช้งานเพียงแค่ไม่กี่คน หากว่าต่อสัญญาป็อกไม่สำเร็จ และมีการปล่อยขายออกไปจากทีม ดีลของคาเมวิงก้า ก็จะเริ่มมีโอกาสเป็นจริงมากขึ้น

หากว่าป็อกบาตัดสินใจย้ายทีมเลยในปีนี้ โอกาสย้ายมาผีของคาเมวิงก้า จะขึ้นจาก 30 กลายเป็น “50/50” ทันที เพราะทีมก็จะต้องเร่งหาคนทดแทนป็อกบาเลยในการลงเล่นให้กับทีมซีซั่นที่จะถึงนี้

4.รูเบน เนเวส

[โอกาสย้ายมาผี 20/80]

นี่คืออีกหนึ่งนักเตะที่แฟนผีแอบชายตามอง และชื่นชอบมานานแล้ว สำหรับ รูเบน เนเวส ห้องเครื่องหมาป่าวูล์ฟแฮมพ์ตัน วัย24ปีในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวต่ำ สายDLPที่คอนโทรลบอล และตั้งเกมรุกจากแนวลึกเก่ง แถมยังมีสกิลการเข้าปะทะที่จะช่วยทีมในเกมรับได้ด้วย

ทันทีที่เห็นแมนยูเริ่มมีข่าวกับเนเวส คนที่อยากได้เขาจะต้องแอบตื่นเต้น และลุ้นให้มาซื้อจริงๆ เพราะนี่คือของดีราคาถูกที่อยู่ในทีมระดับกลางๆอย่างวูล์ฟ

และจากข่าวล่าสุด ระหว่างสองสโมสรที่หมายปองเนเวสอยู่นั้น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ดูจะมีภาษีกว่าไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ในการล่าลายเซ็นของนักเตะรายนี้มาเสริมทัพด้วยราคาราว 40ล้านยูโร หรือ 35ล้านปอนด์นั่นเอง

ราคานี้สำหรับนักเตะฝีเท้าดีที่จะช่วยเกมการเล่นแดนกลางของทีมได้อย่างมากนั้น ดูยังไงก็คุ้มแสนคุ้มที่จะซื้อมาหมุนเวียนลงเล่นในระยะยาวให้กับแดนกลางแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

หลายคนอาจจะกังวลกับเรื่องเกมรับของเขา แต่เนเวสก็ไม่ใช่มิดฟิลด์ตัวรุกแต่อย่างใด สกิลเกมรับก็มี และมันสามารถทดแทนได้ด้วยคุณสมบัติในการโฮลดิ้งอันยอดเยี่ยมของเขา และการออกบอลยาวไปให้เพื่อนในจุดต่างๆของทีมได้ ในฐานะหอบัญชาการจากแดนไกล ที่จะควบคุมจังหวะการเล่นของทีมให้ลื่นไหลในแดนกลาง ซึ่งเนเวสลงเล่นได้ทั้งในระบบ 4-2-3-1 และในระบบ 4-3-3 ด้วยเช่นกันหากว่าปีศาจแดงจะลองการเล่นแผนใหม่ๆ

แต่เนื่องจากดูเหมือนว่า ดีลของรูเบน เนเวส จะเป็นตัวเลือกที่ยังไม่ใช่ priority หลักๆของการเสริมทีม ซึ่งน่าจะเป็นรองจากทางคาเมวิงก้าด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว โอกาสของรูเบน เนเวส ตามระดับความแรงของข่าวในตอนนี้ ก็ถือว่ายังมีโอกาสอยู่ที่ราวๆ 20 ต่อ 80

มองข้ามไม่ได้ มีลุ้นไปยาวๆ แต่ลุ้นเหนื่อยหน่อยถ้าต้องการตัวจริงๆ เพราะข่าวแรงสู้คนอื่นไม่ได้เลย

5.ลีออน โกเร็ตซ์ก้า

[โอกาสย้ายมาผี 10/90]

นี่คืออีกหนึ่งนักเตะที่ถูกโยงมาในข่าวแมนยูแบบหนาหู อันสืบเนื่องมาจากความเป็นไปได้ในการจะย้ายทีมของ ปอล ป็อกบา ซึ่งยังดุคลุมเครือ และมีแนวโน้มที่แมนยูจะต้องเสียเขาออกจากทีม ไม่ว่าจะตัดใจขายในปีนี้ หรือว่า ปล่อยฟรีในปีหน้า

ดังนั้นแล้ว ทีมเราจึงมีข่าวกับโกเร็ตซ์ก้าในฐานะ “ตัวแทนป็อกบา” โดยตรงอย่างที่เห็น

ซึ่งสถานการณ์ของโกเร็ตซ์ก้านั้น ปฏิเสธสัญญาใหม่กับทางบาเยิร์นที่ให้ค่าเหนื่อยไม่เท่ากับที่เขาคาดหวังไว้ ซึ่งเจ้าตัวต้องการ 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือปีละประมาณ 20ล้านยูโร แต่ทางเสือใต้ยื่นให้แค่ 10-12 ล้านยูโรต่อปีเท่านั้นเอง

ถ้าข่าวเป็นแบบนี้จริง แม้เจ้าตัวจะยังอยากอยู่บาเยิร์นต่อ แต่คงยากที่จะเซ็นสัญญาต่อกับเสือใต้ได้

ดังนั้น เมื่อนักเตะยังไม่ต่อสัญญาที่เหลืออีกหนึ่งปี จึงกลายเป็นการนำมาโยงข่าวกับแมนยูไนเต็ดอีกทีม แต่ถ้าถามว่า โอกาสตรงนี้มากน้อยแค่ไหน ก็ต้องบอกว่าคงจะยากที่ทีมเราจะนำเข้านักเตะเยอรมันมาสู่ทีม โอกาสการเป็นไปได้สำหรับดีลโกเร็ตซ์ก้าค่อนข้างต่ำ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับอนาคตของป็อกบาอีกเคสนั่นแหละว่า หากว่าป็อกบารับข้อเสนอ และแมนยูตัดสินใจขายจริงๆ ดีลของโกเร็ตซ์ก้า ก็จะมีโอกาสความน่าจะเป็นที่จะย้ายมาแมนยู เพิ่มขึ้นเป็น 30/70 ได้ในอนาคต

ถือว่าเป็นตัวที่โอกาสย้ายมามีน้อย แต่ก็มองข้ามไม่ได้ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นในทีมเรา

ทั้งหมดนี้คือ 5 นักเตะที่มีข่าวแบบจริงๆจังๆกับแมนยูไนเต็ดในช่วงนี้ ก็จะเห็นแล้วว่ามีโอกาสในการคว้าตัวลดหลั่นกันไป ตามแต่บริบทรอบตัวของแต่ละคน จากข่าวที่หลุดออกมา และความต้องการเสริมทีมของแมนยูไนเต็ด จะเห็นได้ว่าจุดร่วมกันของนักเตะทุกคนในปีนี้ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีข่าวสนใจแบบจริงๆจังๆนั้น จะเห็นว่า ทีมซื้อขายของเรายึดหลักในเรื่องของ “วาระ และ โอกาส” ในการเซ็นนักเตะจริงๆ

จากนโยบายที่ยูไนเต็ดจะเซ็นกับนักเตะที่มีความเป็นไปได้ และมี”โอกาส”ในการเซ็นสัญญาอย่างเหมาะสมเกิดขึ้นมา ดังนั้นในดีลของห้าคนนี้ ส่วนใหญ่จึงเป็นดีลประเภทนักเตะที่กำลังจะหมดสัญญาและอาจย้ายฟรีในปีหน้าได้ทั้งสิ้น ยกเว้นรูเบน เนเวสคนเดียวที่มีสัญญากับวูล์ฟยาวถึง 2024

แต่ด้วยสถานะของทีมที่ขาดนูโน่ไป ทำให้นักเตะบางส่วนที่เคยเป็นลูกทีมนูโน่ อาจแตกรังออกมาอยู่ทีมอื่นๆได้ ดังนั้นจึงเป็นดีลที่มีความเป็นไปได้จะย้ายเข้ามาด้วยเช่นกัน

ที่พูดมาทั้งหมดนี้ คือความเป็นไปได้ของนักเตะที่มีโอกาสซื้อเข้ามาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และยังได้ลุ้นอยู่ ในขณะที่บางตัวที่เคยมีข่าวกับเรา แฟนผีก็ต้องเศร้าไป เพราะอย่างล่าสุด “คริสเตียน โรเมโร่” ที่ฟอร์มดีจนได้รางวัลกองหลังยอดเยี่ยมเซเรียอา และมีข่าวแรงกับแมนยูมาก่อน

แต่เมื่อทุกๆสำนักเทไปว่ายูไนเต็ดจะไปเอาวารานแน่ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ นักเตะบางตัวก็พลาดเป้าไปด้วย เพราะล่าสุด โรมาโน่ประกาศว่า คริสเตียน โรเมโร่ ตัวที่เราเล็งๆกันนั้น กำลังจะกลายเป็นนักเตะใหม่ของท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ด้วยราคาที่อตาลันต้าเป็นเจ้าของ จะขายที่ 55ล้านยูโร

ดังที่เคยนำเสนอข่าวไปแล้วว่า อตาฯ มีเงื่อนไขซื้อขาดจากยูเว่ราวๆ20ล้าน และก็เป็นไปตามที่ศาลาผีว่าไว้ เมื่ออตาลันต้าเหมือนถูกหวยฟรีๆ 35ล้านยูโร จากนั้นก็ใช้เงื่อนไขจ่ายเงินซื้อโรเมโร่มา แล้วเอามาปล่อยต่อเลยจริงๆตามขาด ได้ส่วนต่างกำไรถึง 35ล้านยูโร ถือว่ามหาศาลมากสำหรับทีมแบบนี้

โรเมโร่ จึงเป็นอีกดีลนึงที่เราพลาดเป้าไป และไม่ได้นำมารวมในลิสต์นี้ เนื่องจากของดีกำลังจะเสร็จสเปอร์ส อีกตัวแล้ว

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ธรรมชาติของตลาดซื้อขายนักเตะไม่ได้มีแต่ตัวเข้า มันต้องมีตัวออกด้วย

เราจะไม่พูดถึงดีลการปล่อยยืมตัวที่ไม่ได้เป็นการขายขาด อย่าง เจมส์ การ์เนอร์, แบรนดอน วิลเลียมส์พวกนี้ ในขณะที่ดีลของอันเดรส เปเรย์ร่า ก็ยังลูกผีลูกคนอยู่ อาจจะกลับไปยืมตัวกับลาซิโออีกหนึ่งปี แต่แนวโน้มมีสิทธิ์ที่ลาซิโอจะไม่ซื้อขาดสูงเหมือนกัน

ดังนั้นนักเตะแมนยูไนเต็ดที่มีสิทธิ์ย้ายออกจากทีม มีที่เห็นได้ชัดอยู่สองคนดังนี้

1. ดิโอโก้ ดาโลต์

[โอกาสย้ายออก 70/30]

หลังจากที่ไปยืมตัวอยู่กับเอซีมิลานหนึ่งซีซั่น และได้โอกาสลงหมุนเวียนให้กับปีศาจแดงดำในบอลถ้วยยุโรปและเกมลีกบ้างเล็กน้อย ตามข่าวบอกว่า ดาโลต์จะกลับมาแสดงฝีเท้าในช่วงปรีซีซั่นอีกครั้งเพื่อให้ทีมโค้ชประเมินว่า จะทำยังไงต่อไปสำหรับอนาคตของเขา แต่มีโอกาสสูงมากที่ ดาโลต์ จะกลับไปยืมตัวกับเอซีมิลานต่ออีกปี เนื่องจากว่าปีศาจแดงดำก็มีแนวโน้มจะต้องการตัวนักเตะรายนี้ไปใช้ต่อด้วย

ซึ่งอาจจะเป็นการยืมตัวที่พ่วงเงื่อนไขสัญญาเพิ่มขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น เงื่อนไขยื่นซื้อทีมแรก หรือ เงื่อนไขบังคับซื้อขาดก็ตาม คงจะมีใส่ไว้ในสัญญายืมตัวดาโลต์ในรอบนี้ เพื่อที่จะรอย้ายถาวรในซีซั่นถัดไป

โอกาสย้ายออกของดาโลต์จึงมีสูงมากที่สุดในแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

2.ปอล ป็อกบา

[โอกาสย้ายออก 50/50]

จริงๆแล้วต้องบอกว่า สำหรับอนาคตของ “ปอล ป็อกบา” นั้น คือตัวแปรที่สำคัญมากๆของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่จะเป็นตัวตัดสินภาพรวมของทั้งทีมได้เลยว่า เราจะเสริมนักเตะตัวไหนเข้ามาเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับอนาคตของเขาที่กำลังจะเคลียร์ในซัมเมอร์ปีนี้

หากว่าตลาดนี้ไม่ปล่อยขายเพื่อเรียกราคา ก็จะต้องเป็นการใช้นักเตะจนหมดสัญญา และอาจเซ็นล่วงหน้ากับทีมอื่นได้ตั้งแต่มกราคมเลย ก่อนจะออกจากทีมในช่วงมิถุนายนปี 2022

ต้องเกริ่นก่อนว่า ในเคสของป็อกบา แมนยูไนเต็ดมีข่าวว่า หากไม่ได้ราคาที่เหมาะสม ทีมจะไม่ขาย และยูไนเต็ดเลือกที่จะใช้เขาต่ออีกหนึ่งปีเต็มจนหมดสัญญาแล้วกลายเป็นฟรีเอเย่นต์ ซึ่งในเบื้องต้นมันก็มีแนวโน้มที่จะเป็นแบบนั้นสูง

แฟนๆอาจจะคิดว่า แมนยูโง่รึเปล่าที่ปล่อยป็อกบาหมดสัญญาต้องปล่อยฟรีเป็นครั้งที่สอง ตรงนี้อยากให้มองว่า แม้ไม่ได้ต่อสัญญา แต่เราก็ยังได้ใช้งานฝีเท้าเวิร์ลคลาสของป็อกบาต่ออีกหนึ่งฤดูกาลเต็มๆอย่างคุ้มค่า ใช่ว่าจะเสียไปฟรีๆโดยเราไม่ได้อะไรเลยซะทีไ่หน

เพราะฉะนั้น เรื่องประเด็นที่ว่า หากปีนี้แมนยูจะใช้ป็อกบาต่อ จนหมดสัญญาและต้องปล่อยฟรีไปนั้น ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอย่างที่คิด ให้คิดซะว่าเป็นเงินส่วนต่างที่จ่ายให้นักเตะระดับท็อปมาลงเล่นให้กับทีมก็แล้วกัน

หรือถ้าจะต้องขายในราคาที่ไม่สูงมาก อย่างเช่น 45 หรือ 50 ล้านปอนด์นั้น แมนยูขาดทุนหรือเปล่าจากค่าตัว 89ล้านปอนด์ในขาเข้ามา?

ไม่เลย ป็อกบาลงเล่นให้กับทีมเรามา5ปีแล้ว ซึ่งก็อยู่ในค่าตัวที่ซื้อมานั่นแหละ ดังนั้นหากว่าขายนำเงินคืนมาได้สัก 45ล้าน ก็เท่ากับครึ่งนึงของราคาที่ซื้อมา

คิดซะว่า จ่ายเงิน 45ล้านปอนด์ให้ป็อกบาอยู่กับแมนยู 6ปี เฉลี่ยคิดเป็นปีละ7-8ล้านปอนด์ก็ได้ในการมีป็อกบาใช้ในทีม

ถือว่าไม่ได้แย่เลย เป็นราคาที่โอเคด้วยซ้ำสำหรับ 45-50 ล้านปอนด์ ถ้าเทียบกับเสียฟรีปีหน้า แบบนี้ดูจะคุ้มกว่า ด้วยเหตุผลสำคัญก็คือ ปีศาจแดงจะได้นำเงินก้อนนี้ไปหมุนในคลังของสโมสรได้ และอาจจะเพิ่มเป็นbudgetรวมในปีหน้าที่จะไปลุ้นทุ่มเงินซื้อกองหน้าตัวเป้าระยะยาวมาเข้าทีม หรือไม่ก็อาจจะนำมาเสริมมิดฟิลด์ในซีซั่นนี้แทนโดยตรงไปเลย จากการดึงงบล่วงหน้ามาใช้ก่อน เป็นต้น

ไม่ว่าจะขาย หรือจะใช้จนหมดสัญญา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไม่ได้เสียหายอะไรมากเท่าที่หลายคนวิตกไป

ในเรื่องของสถานการณ์ของป็อกบานั้น หากเป็นช่วงข่าวก่อนหน้านี้ เราจะบอกว่า โอกาสในการย้ายออกของป็อกบาอยู่ที่ 40/60 (40ย้ายออก 60อยู่ต่อ)

ซึ่งเป็นการอยู่ต่ออีกหนึ่งปี ไม่ใช่ “อยู่ต่อสัญญา”

เนื่องจากแมนยูมีท่าทีจะไม่ขายป็อกบาในราคาถูกๆที่พวกเขายังไม่พอใจ ดังนั้นหนทางการเลือกเก็บป็อกไว้ใช้อีกปี ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ และดีกับทีมเราด้วยในภาพรวม ผู้เขียนจึงมองว่า โอกาสในการอยู่ต่ออีกปีแล้วค่อยหมดสัญญานั้น ยังสูงกว่าการโดนขายออกไปในทันที

แต่ตอนนี้ข่าวป็อกบาจากทางฝรั่งเศสเริ่มโหมหนักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางเปเอสเชที่มีข่าวรายงานว่า พวกเขาสนใจในตัวของป็อกบาจริงๆ

มีรายงานของ “ข่าว” ที่ต้องฟังหูไว้หูเอาไว้ก่อนว่า ป็อกบาปฏิเสธการเซ็นสัญญาค่าเหนื่อย 350K ต่อสัปดาห์กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และจะย้ายออกในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยมีPSG พร้อมที่จะจ่ายเงินก้อน 45ล้านปอนด์ให้เป็นค่าตัวป็อก แต่ทางยูไนเต็ดจะขายเขาที่ 50ล้านปอนด์เท่านั้นซึ่งเราได้ตั้งราคาเอาไว้ [@DiscoMirror]

ในขณะที่ทางสกายก็รายงานว่า เปเอสเช สนใจจะซื้อป็อกบา แต่ยังไม่มีการติดต่อกันของสโมสรทั้งสองฝ่ายเลย และไม่มีการยื่นข้อเสนอใดๆเกิดขึ้น โดยการตกลงและพูดคุยกับตัวแทนของป็อกบาในตอนนี้นั้นคือคุยเรื่องสัญญาใหม่ ซึ่งด้านป็อกบาเองพยายามที่จะประเมินทางเลือกทั้งหมดเป็นไปได้ ก่อนที่จะตัดสินใจอนาคตของตัวเอง[sky]

โดยที่ข่าวจากเทเลกราฟ รายงานว่าทางฝั่งแมนยูเองก็กำลังอยู่ในกระบวนการลงความเห็นในการจัดการปริมาณมิดฟิลด์ในทีม แต่มันยังไม่ชัดเจนในตอนนี้ ระหว่างเรื่องที่ว่า เราแพลนที่จะเซ็นสัญญาตัวแทนป็อกบาเข้ามา หรือเรื่องที่จะใช้เงินจากการขายป็อกครั้งนี้ เพื่อนำเอา “มิดฟิลด์ตัวรับ” เข้ามาสู่ทีม [@TelegraphDucker]

ต้องบอกว่า ข่าวป็อกบาเป็นข่าวที่ค่อนข้างsensitiveต่อแฟนบอลผู้รับข่าว ดังนั้นโอกาสที่จะเป็นข่าวเต้า ข่าวลวง มีสูงมากๆ เพราะยังไงประเด็นของป็อกบาก็ขายได้เสมอ เราจึงต้องเข้าใจธรรมชาติของ “ข่าว” ในตอนนี้ และกรองจากหลายๆแหล่ง ซึ่งทุกแหล่งส่วนใหญ่จะพูดตรงกันว่า ปารีสสนใจในตัวของป็อกบาจริงๆ

เหลือแค่ว่าเค้าตัดสินใจเมื่อไหร่ และจะติดต่อยื่นราคามาเท่าไหร่แค่นั้นเอง

ในเมื่อข่าวแรงขนาดนี้ ในขณะที่ท่าทีของป็อกก็ไม่มีวี่แววว่าจะต่อสัญญา แต่ทางแมนยูไนเต็ดเองก็จะไม่ยอมขายเขาง่ายๆด้วยถ้าเงินไม่ถึง

ดังนั้น โอกาสทั้งหมดของป็อกบา จึงค่อนข้างเปิดกว้างมากๆ และด้วยความแรงของข่าวในตอนนี้ เชื่อว่า โอกาสในการย้ายออกของป็อกบาถือว่า “50-50” ออกได้ทั้งสองหน้า ไม่ว่าจะอยู่ต่ออีกหนึ่งปี หรือ ขายในซัมเมอร์นี้เลย

หลายคนถามว่า แล้วถ้าป็อกบาต่อสัญญาใหม่ล่ะครับพี่?

ข้อนี้จริงๆแล้วก็เป็นความหวังส่วนตัวของผู้เขียนที่อยากจะให้มีนักเตะระดับWorld Class เช่นนี้ไว้ในทีมอีกสักคน เพราะตัวพวกนี้สามารถสร้างความแตกต่างให้ทีมได้ตลอดเวลา ป็อกบายังคงมีประโยชน์กับแมนยูไนเต็ดอีกเยอะในซีซั่นนี้ถ้าได้ลงสนาม ยิ่งมีซานโช่เข้ามาแล้ว เกมจะต้องดีขึ้นแน่นอน เราหวังเช่นนั้น

แต่ที่สัมผัสได้ก็คือ โอกาสเซ็นสัญญาอยู่กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยาวๆนั้น ดูทรงแล้วมีน้อยมากๆ และเราก็เชื่อว่าป็อกบาเองก็อยากไปหาความสำเร็จที่จับต้องได้มากกว่าที่จะต้องรอทีมเด็กของเราพัฒนาร่างสมบูรณ์ในอีก2-3ปีข้างหน้า ถ้าป็อกบาเลือกจะย้าย เราก็จะเคารพการตัดสินใจ และก็จะตามไปเชียร์ในทีมใหม่ด้วย

ดังนั้น ถ้าเอาปัจจัยเรื่อง “โอกาสต่อสัญญาใหม่” มารวมในกรณีนี้ด้วย ผมจะมองว่าเป็น 45-45-10

45% ขายออกซัมเมอร์นี้เลย, 45% อยู่ต่ออีกหนึ่งปีจนหมดสัญญา และมี 10% ที่ป็อกบาอาจจะต่อสัญญาใหม่กับเรา

และทั้งหมดนี้คือนักเตะที่มีข่าวกับเราทั้งหมด รวมถึงตัวที่มีสิทธิ์จะย้ายออกด้วย

ที่เหลือก็แค่มาลุ้นกันไปชิลๆในอีกหนึ่งเดือนครึ่งที่เหลือในตลาดซื้อขายนักเตะ

ผมเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดน่าจะได้นักเตะอีกอย่างน้อย “สองคน” แน่นอน วารานในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คคนนึงแล้ว และอีกคน อาจจะเป็นกองกลางสักตัว หรือแบ็คขวาอย่างทริปเปียร์ก็ได้ แต่มาอีกสองแน่นอน ไม่งั้นไม่พอ

แต่ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เพราะอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าเราก็จะรู้แล้วว่า ใครคือการซื้อขายรายต่อไปของแมนยูไนเต็ด

คนต่อไปใคร เชิญ!!!

-ศาลาผี-


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com