เมื่อไม่มี ‘โรนัลโด้ และ เมสซี่’


เป็นเวลานานกว่าทศวรรษแล้วที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ถูกพูดถึงในฐานะสองนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก โดยที่ไม่มีใครจะแทรกเข้ามาได้

        ความสุดยอดไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้าอันร้ายกาจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันคือเรื่องของการยืนระยะที่อยู่ในจุดสูงสุดมาอย่างยาวนานชนิดที่หาใครที่มำได้ยากจริงๆในฟุตบอลยุคปัจจุบัน

         แม้บางครั้งจะมีชื่อของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ลูก้า โมดริช หรือ เควิน เดอ บรอยน์ สอดเข้ามาแต่ก็บางครั้งคราว สุดท้ายความยอดเยี่ยมของทั้งคู่ก็กลบคนอื่นมิดไปหมด

         การมาอยู่ในจุดนี้ได้นอกจากความสามารถของตัวเองแล้ว ทั้งคู่ยังผลักดันซึ่งกันและกันเพื่อก้าวกันมาอยู่ในจุดนี้ได้

         แต่ก็อย่างที่รู้ว่าปัจจุบันทั้งคู่อยู่ในช่วงปลายค้าแข้งแล้ว แม้ว่าจะยังคงทำผลงานได้ดีแต่ก็จะต้องถึงวันที่แขวนสตั๊ดไป

         ทว่าในปัจจุบันก็มีหลายคนที่กำลังก้าวขึ้นมา และยังเป็นคู่แข่งที่จะฟาดฟันกันในตำแหน่งเดียวกันนี่แหละ ส่วนจะมีใครที่น่าสนใจบ้างไปติดตามกันดู

อันซู ฟาตี – เฟเดริโก้ เคียซ่า


         การก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ บาร์เซโลน่า ของ อันซู ฟาตี ถือเป็นปรากฎการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เรียกได้ว่าเมื่อเทียบวัยเดียวกันแล้วเขายังเหนือกว่า ลิโอเนล เมสซี่ ซะอีก

         ไหนจะการลงเล่นในคัมป์ นูด้วยวัยเพียง 16 ปี 318 วัน น้อยที่สุดของสโมสร หรือทั้งยิงทั้งจ่ายในเกมที่ทีมชนะ บาเลนเซีย 5-2 ในเกมเดียวกันนี้ยังเป็นสถิติแข้งอายุน้อยที่สุดในลา ลีกาที่ทั้งยิง-จ่ายในเกมเดียว

         น่าเสียดายฤดูกาลที่ผ่านมาโชคร้ายเจ็บเข่าต้องพักยาวตั้งแต่เดือนพฤศติกายนแต่ก็ยังฝากผลงาน 5 ประตู 4 แอสซิสต์จาก 10 เกมทุกรายการ และนี่คือคนที่ได้นรับการคาดหมายว่าจะขึ้นมาแทนที่ ลิโอเนล เมสซี่ ในอนาคต


         คู่แข่งในตำแหน่งเดียวกันเวลานี้ต้องยกให้ เฟเดริโก้ เคียซ่า ที่กำลังขึ้นหม้อหลังเป็นกำลังสำคัญในการช่วยทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ยูโร 2020 มาครองอย่างยิ่งใหญ่

         ฤดูกาลที่่ผ่านมานอกจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แล้วเขาคือคนที่มีผลงานดีที่สุดในทีมยูเวนตุน โดยทำ 15 ประตูกับ 11 แอสซิสต์จากการลงสนาม 46 เกมทุกรายการ

         เมื่อคนนึงในรับคำแนะนำจาก เมสซี่ ส่วนอีกคนก็มี โรนัลโด้ ที่ช่วยเป็นครูได้ ก็น่าสนใจว่าทั้งคู่จะไปได้ไกลแค่ไหน

ฟิล โฟเด้น – เปดรี้


         ฟิล โฟเด้น ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ด้วยผลงานที่โดดเด่นน่าจับตามอง ด้วยความยอดเยี่ยมรอบด้านโดยเจ้าตัวทำไปถึง 16 ประตูกับ 10 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 50 เกมทุกรายการเมื่อปีที่แล้ว

         น่าเสียดายที่ทัวร์นาเม้นต์ยูโร 2020 มิดฟิลด์เรือใบไม่ได้โชว์ศักยภาพมากเท่าไรนักหลังลงเล่นสองเกมแรกแล้วผลงานไม่เข้าตาจนหลุดจากทีมไปก่อนจะได้เล่นในฐานะตัวสำรองในเกมกับ เดนมาร์ก

         ด้าน เปดรี้ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งกับสโมสรบาร์เซโลน่าและทีมชาติสเปนโดยเฉพาะในยูโร 2020 ที่เป็นกำลังหลักสำคัญแม้ทีมจะไปไม่ถึงฝั่งฝันแต่ก็คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของทัวร์นาเม้นต์มาครองอย่างไร้กังขา

         ตอนนี้แฟนบอล “เจ้าบุญทุ่ม” น่าจะมองเห็นแววว่านี่อาจจะเป็น ชาบี เอร์นานเดซ คนใหม่ เหลือแค่ขัดเกลาให้คมกว่านี้เพราะพลักำลังมหาศาลอยู่แล้ว

         นี่ถือเป็นกองกลางที่จะก้าวข้นมาเป็นแข้งในระดับโลกและเป็นอีกคู่ที่น่าสนใจทีเดียว

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ – เนย์มาร์

        

         โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยกระดับขึ้นมาเป็นแข้งฝีเท้าเยี่ยมที่มีสถิติการยิงประตูที่สม่ำเสมอมากที่สุดอีกคนหนึ่งของโลกลูกหนังนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม ลิเวอร์พูล

         ความสำเร็จของ “หงส์แดง” ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าดาวยิงทีมชาติอียิปต์รายนี้คือคนสำคัญอย่างมากไม่แพ้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้เป็นกุนซือแต่อย่างใด

         ด้าน เนย์มาร์ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแข้งที่ดีที่สุดโลกมานานหลายปีนับตั้งแต่สมัยค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า ก่อนจะย้ายมาเล่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยค่าตัวแพงที่สุดเป็นสถิติโลก

         นี่คือสองแนวรุกที่ได้รับการยกย่องว่าอันตรายไม่เพียงแค่เรื่องของตัวเลขการทำประตูและแอสซิสต์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างสรรค์โอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมด้วย

         เมื่อวันที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ เลิกเล่น นี่จะเป็นอีกคู่ที่ถูกยกขึ้นมาแทนอย่างไม่ต้องสงสัย

บรูโน่ แฟร์นันด์ส – เควิน เดอ บรอยน์


         เรียกได้ว่าทุกวันนี้ขับเคี่ยวกันโดยตรงอยู่แล้วสำหรับสองแข้งที่วาดลวดลายอยู่ในพรีเมียร์ลีก แถมยังอยู่ในทีมที่เป็ยนคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วย

         นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ “ปีศาจแดง” นอกจากยกระดับฝีเท้าขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าของวงการ เขายังยกระดับทีมจากที่แทบจะหมดอาลัยไปแล้วให้กลับมามีชีวิตชีวาอย่างไม่น่าเชื่อ

         28 ประตูกับ 17 แอสซิสต์จาก 58 เกมทุกรายการที่ผ่านมาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมอย่างที่สุด แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วชื่อของ เควิน เดอ บรอยน์ จะถูกยกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีท่ามกลางกระแสต่อต้านอยู่เล็กน้อย

         แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแข้งทีมชาติเบลเยี่ยมมีอิทธิพลอย่างสูงในการเล่นของ “เรือใบ” โดยเฉพาะการเติมเกมขึ้นมาช่วยในแนวรุกที่อันตรายสุดๆ

         ในฤดูกาล 2021/22 ที่กำลังจะมาถึงน่าจะเป็นการต่อสู้ไม่ใช่แค่พาทีมประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลงานส่วนตัวด้วย

เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้


         หากพูดถึงกองหน้า นาทีนี้ต้องยอมรับว่าไม่มีใครร้อนแรงไปกว่า เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ อีกแล้ว และนี่คือนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นจอมถล่มประตูต่อจากสองผู้มาจากต่างดาว

         ในวัยเพียง 21 ปีกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์มีสถิติทำประตูที่สุดยอดอย่างมาก ฤดูกาลที่แล้วเจ้าตัวกด 41 ประตูกับอีก 12 แอสซิสต์ในการลงเล่นให้กับ ดอร์ทมุนด์ 41 เกมทุกรายการ เป็นอีกคนที่มีสถิติในการมีส่วนร่วมกับประตูที่มากกว่าที่ลงเล่นซะอีก

         ด้าน เอ็มบั๊ปเป้ โด่งดังเป็นพลุแตกมาตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2018 ที่พา ฝรั่งเศส คว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเจ้าตัวได้นับการคาดหมายว่าจะเป็นแข้งค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนต่อไป

         42 ประตูกับ 11 แอสซิสต์จาก 47 เกมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมาเป็นตัวบ่งบอกได้เป็นอย่างดี โดยตัวเลขในช่วงสองปีที่ผ่านมาจะบอกว่าดีที่สุดในโลกก็ไม่เกินไปเลย

         หนึ่งแข็งแกร่งเป็ยจอมถล่มตาข่ายกับอีกหนึ่งรวดเร็ว คล่องแคล่ว อยากให้วันนึงทั้งคู่เผชิญหน้ากันในลีกเดียวกันเหมือนอย่างที่ โรนัลโด้ กับ เมสซี่ จริงๆ ไม่ใช่แค่ต้องลุ้นเจอกันในบอลยุโรปอย่างเดียวเท่านั้น

         ด้วยอายุที่น้อยนิดคู่นี้จะขับเคี่ยวกับไปอีกเป็น 10 ปีอย่างที่รุ่นพี่ลุยกันมาอย่างแน่นอน


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com