18 เดือนที่ว่างเปล่าของ ‘ทาคิ’


ดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้ย้ายจาก ซัลซ์บวร์ก มายัง หงส์แดง ในเดือนมกราคม ปี 2020 แต่เขาเพิ่งจะลงเล่นตัวจริงไปเพียง 12 นัดเท่านั้น และก็อาจจะได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมได้

    ทาคูมิ มินามิโนะ ได้กลับไปอยู่ในดินแดนที่คุ้นเคยในช่วงปรีซีซั่น

    สตาร์จากเอเชียรายนี้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ลิเวอร์พูล ซึ่งกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับสู้ศึกฤดูกาลใหม่ที่แคมป์เก็บตัว 4 สัปดาห์ใกล้ๆ กับซัลซ์บวร์ก ในประเทศออสเตรีย ที่เขาเคยแจ้งเกิดมาได้ตลอด 5 ปีก่อนที่จะย้ายมายังเมอร์ซี่ย์ไซด์

    เวลาของ มินามิโนะ ในซัลซ์บวร์กนั้นเต็มไปด้วยทั้งความสุข และความสำเร็จ แต่ถ้าเขาต้องการที่จะทำให้ได้แบบเดียวกันกับ ลิเวอร์พูล มันก็จะต้องมีบางอย่างเปลี่ยนแปลง และต้องเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วย

    เพราะตลอดระยะเวลา 18 เดือนที่ผ่านมา ดาวเตะวัย 26 ปี ต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่ออนาคตของเขาในถิ่นแอนฟิลด์

    นั่นอาจดูเป็นอะไรที่รุนแรงไปเสียหน่อย แต่มันคือเรื่องจริง หลังจากใช้ช่วงเวลาครึ่งหลังของฤดูกาลที่ผ่านมากับ เซาธ์แฮมป์ตัน แบบยืมตัว มินามิโนะ ก็รู้ดีว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้เพื่อโน้มน้าวใจ เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้กลับมามองเขาเป็นคนสำคัญในอนาคต

    มีหลายคนทำหน้าสงสัยทันทีที่เขาได้รับการยืนยันเรื่องย้ายทีมแบบยืมตัวในนาทีสุดท้ายของตลาดหน้าหนาวที่ผ่านมา ฟอร์มของ หงส์แดง ในเวลานั้นเรียกได้ว่าดิ่งเหวสุดๆ ในทีมเต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บของคีย์แมน แต่การที่ทีมเลือกปล่อยนักเตะจากทีมชุดใหญ่ออกมาแม้จะเป็นแบบชั่วคราวก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอยู่ดี

    แต่ คล็อปป์ ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องแปลกอะไร โดยเขาเรียกการย้ายทีมในครั้งนั้นว่าเป็นสถานการณ์แบบ 'วิน-วิน' เขาอ้างว่า มินามิโนะ คือแผนระยะยาวที่ไม่ได้รับโอกาสเพียงพอกับ ลิเวอร์พูล ด้วยเหตุผลหลายประการ

    “เขาแค่ต้องสนุกกับฟุตบอลของเขาอีกครั้ง” คล็อปป์ กล่าว

    “เขาไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงอะไร หรือปรับปรุงอะไรเลย เขาเพียงแค่ต้องได้เล่นฟุตบอล เพิ่มความมั่นใจ และจังหวะ และเขาจะโอเคเอง”

    คล็อปป์ เหมือนกระตุ้น นักบุญ ว่า มินามิโนะ น่าจะต้องลงเล่นทั้ง 17 นัดที่เหลือในพรีเมียร์ลีก แต่สุดท้ายเขาก็ได้ลงเล่นไปแค่ 10 เกม

    มีประตูสุดสวยในเกมประเดิมสนามกับ นิวคาสเซิ่ล และอีกลูกที่สำคัญในนัดเสมอ เชลซี อีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมา แต่เขาก็ลงเต็ม 90 นาทีไปเพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น และก็ไม่ได้มีโอกาสที่ เซาธ์แฮมป์ตัน จะมองว่าควรซื้อเขามาแบบถาวรตอนจบฤดูกาล

    อย่างไรก็ตาม แหล่างข่าวจาก ลิเวอร์พูล ยืนยันว่าการย้ายดังกล่าวนั้นมีประโยชน์ มินามิโนะ จำต้องได้สัมผัสเกม และเขาก็เข้าใจเรื่องนั้น พวกเขาชี้ให้เห็นโอกาสที่นักเตะจะไม่ถูกปล่อยตัวออกจากถิ่นแอนฟิลด์ ในขณะที่สโมสรกำลังหวังจะกอบกู้ฤดูกาล และเดินหน้าลุ้นในแชมเปี้ยนส์ลีก

    มันก็ดูแฟร์ดี หลังจากทั้งหมดนั้น มินามิโนะ เพิ่งจะได้เป็นตัวจริงเกมลีกเพียงแค่ 2 นัดให้ หงส์แดง ก่อนหมดเดือนมกราคม เขาทำประตูในเกมที่สองที่ไปเยือน คริสตัล พาเลซ เมื่อธันวาคม แต่นับจากนั้นก็ได้เล่นในพรีเมียร์ลีก อีกแค่ 6 นาทีในอีก 6 สัปดาห์ถัดมา ชัดเจนว่าเขาอยู่ห่างไกลจากทีมหลักมาก

    “บางครั้งมันก็เป็นแค่ส่วนสูงในการป้องกันลูกตั้งเตะ เพราะเราไม่ได้สูงพอ” คล็อปป์ อธิบายไม่นานหลังจากการย้ายไป เซาธ์แฮมป์ตัน ของเขาถูกยืนยัน

    “สิ่งเหล่านี้สร้างความแตกต่างว่าทำไมนักเตะอีกคนได้เล่น และอีกคนไม่ได้เล่น”

    “เขาเป็นมืออาชีพที่โดดเด่น มีพรสวรรค์สูงสุด เป็นนักเตะที่ดีจริงๆ แต่ปัญหาคือเรามีทีมที่ดีมาก และงานของผมก็คือการตัดสินใจตามสิ่งที่ผมจินตนาการว่าจะส่งผลกับเกม”

    “ทุกคนที่ต่อสู้แย่งตำแหน่งกับเขาก็ดูดีอีก (เซอร์ดาน) ชากิรี่ ตอนกลับมาอยู่ในสภาพที่ดี และเราทุกคนรู้ว่า ดิว็อก (โอริกี้) ทำอะไรมาในอดีต”

    ตอนนี้ทั้งสามไม่ว่าจะเป็น มินามิโนะ, โอริกี้ และ ชากิรี่ ต่างพบว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่คล้ายคลึงกัน พวกเขาไม่ได้ถูกบีบให้ย้ายออกไป แต่พวกเขาถูกมองว่าจะอยู่ในนั้นแน่หากมีข้อเสนอที่เหมาะสมเข้ามา

    ดูเหมือนไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับ มินามิโนะ ในตอนนี้ ขณะที่ โอริกี้ นั้นมีทีมจากอังกฤษ และเยอรมันที่ให้ความสนใจ ส่วน ชากิรี่ ก็ถูก ลาซิโอ ตามจีบอยู่ ความรู้สึกของ ลิเวอร์พูล ถ้าหากจะต้องปล่อย มินามิโนะ ออกไปคือขายขาด ซึ่งในซัมเมอร์นี้แทบไม่มีทีมไหนสนใจเขา และสโมสรก็ไม่เต็มใจที่จะปล่อยเขาแบบยืมตัวอีกรอบ

    พวกเขาหวังว่าปรีซีซั่นที่ หงส์แดง เข้าแคมป์ในออสเตรียจะเป็นประโยชน์สำหรับบรรดาตัวสำรอง และตระหนักดีว่าแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนมกราคม ซึ่งทีมต้องเสียสตาร์อย่าง โม ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ไป

    โอกาสมันอยู่ที่นั่นสำหรับ มินามิโนะ เช่นเดียวกับคนอื่นๆ อาทิ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ เพื่อพิสูจน์ให้ คล็อปป์ เห็นว่าพวกเขาสามารถเป็นตัวเลือกในฤดูกาลใหม่ได้ ก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก และแสดงสิ่งที่คุณได้เรียนรู้จากการถูกยืมตัว แสดงให้เห็นว่าคุณมีความกระหายที่จะทำในสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จในเมอร์ซี่ย์ไซด์

    เขาคิดว่าเขาทำได้แล้วในซัมเมอร์ก่อน และเขาอาจจะเริ่มต้นซีซั่นที่แล้วด้วยฟอร์มที่ดี มีประตูในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่เวมบลีย์ และอีก 2 ลูกในลีก คัพ เกมเยือน ลินคอล์น ทว่ามันก็พิสูจน์แล้วว่าเหมือนภาพลวงตา

    มีความเชื่อจากเหล่าทีมงานอยู่แล้วว่า ลิเวอร์พูล ได้รับคนที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์จากเกมแชมเปี้ยนส์ลีก ที่พบกับ ซัลซ์บวร์ก เมื่อปี 2019 แต่มันชัดเจนว่ายังต้องมีการปรับปรุง

    แนวโน้มที่ มินามิโนะ จะเข้าๆ ออกๆ ทีมยังเป็นเรื่องน่ากังวล และยังมีเครื่องหมายคำถามเกี่ยวกับเรื่องร่างกาย และความอดทนของเขาอีกด้วย

    ย้อนกลับไปในตอนที่พบกับ ซัลซ์บวร์ก ในแชมเปี้ยนส์ลีก ครานั้น การเคลื่อนที่ ความโดดเด่น เมื่อเขาถอยตัวเองลงมาเชื่อมเกม หรือเมื่อตอนที่เขาไล่บีบกดดันจนนำไปสู่ความผิดพลาดของแนวรับคู่แข่ง นั่นคือสิ่งที่คุณเห็นได้ชัดเจนว่าเหตุใดนักเตะ ลิเวอร์พูล จึงโดนเขาเล่นงานในเกมนั้น และทำไม ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้อำนวยการกีฬา และทีมงานของเขาจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ตัวแข้งรายนี้เพียงราคา 7.25 ล้านปอนด์ เท่านั้นท่ามกลางการแย่งชิงมากมาย

    เขาเคยพูดเอาไว้ว่า “นี่คือการเซ็นสัญญาที่สมบูรณ์แบบ”

    หงส์แดง เชื่อว่ามูลค่าของ มินามิโนะ ในช่วงก่อนโควิด อย่างน้อยก็ต้องประมาณ 3 เท่ากับราคาที่พวกเขาจ่ายไป แต่มันก็มีโอกาสน้อยมากที่เขาจะโชว์อะไรให้เห็นนับจากนั้นเป็นต้นมา เขาลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล เพียงโหลเดียวเท่านั้นในทุกรายการ และเกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีก เพียงแค่ 4 นัด

    แน่นอน มันชี้ให้เห็นว่าเขาเจอเรื่องยากในการย้ายมาอังกฤษสำหรับช่วงเวลาที่ได้รับโอกาสเพียงน้อยนิด

    ช่วง 18 เดือนในเมืองผู้ดีของเขาส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการล็อกดาวน์เนื่องด้วยการระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งมันมีอิทธิพลต่อการเข้าสังคมอย่างมาก การใช้ชีวิตแบบใหม่ในวัฒนธรรมใหม่ๆ ขณะที่การเรียนรู้ภาษาใหม่ และการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับช่วงเวลาอย่างนั้น ทั้งโลกต้องสวมหน้ากาก การเว้นระยะห่างทางสังคม และความไม่แน่นอนที่มีอย่างต่อเนื่อง

    อีกด้านหนึ่ง มันก็เป็นเรื่องยากสำหรับนักเตะที่ ลิเวอร์พูล ปล่อยออกไปแบบยืมตัวแล้วจะกลับมาอยู่กับทีมชุดใหญ่ได้ตามปกติ การย้ายชั่วคราวมักจะเป็นก้าวแรกสู่การออกไปอย่างถาวรเหมือนที่หลายๆ คนบอก

    โอริกี้ เคยสู้ให้เห็นมาแล้วในอดีต ส่วน แน็ท ฟิลลิปส์ และ รีส วิลเลี่ยมส์ ก็ทำได้ดีในฤดูกาลที่แล้ว แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ นั่นคือความท้าทายที่ มินามิโนะ ต้องเผชิญในตอนนี้

    เขาจะคว้ามันเอาไว้ได้ หรือค่อยๆ ตายจากไปเหมือนกับหลายๆ คนในอดีต ทุกอย่างอยู่ในมือของ 'ทาคิ' เอง…

    พาสต้า


ขอบคุณเนื้อหาจาก Thsport.com